รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลา เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ตุลาคม ว่า ที่โรงแรมเอส อ.หาดใหญ่ คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ. … เปิดการรับฟังความคิดเห็นในประเด็นที่มีการเสนอความเห็น ข้อคัดค้านหรือความเห็นของหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในการประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) โดยในวันนี้ได้มีการเปิดเวทีที่เรียกว่าเวทีสื่อสารผ่านภาคีเครือข่ายเสริมสร้างสุขภาพในภาคใต้ ที่อำเภอหาดใหญ่ โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก
ทั้งนี้ ได้มีการให้ผู้เข้าร่วมในเวทีสื่อสารร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ แสดงความเห็นผ่านแบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น ซึ่งทางเครือข่ายเน้นย้ำว่าไม่ได้ต้องที่จะแก้ไข พ.ร.บ.นี้แต่อย่างใด ดังนั้นการเขียนข้อความในเรื่องข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นในรายมาตรการในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นการแสดงความเห็นด้วยในการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ และยังยืนยันเจตนารมณ์ในการสร้างมากกว่าซ่อมสุขภาพ โดย สสส.และกระทรวงสาธารณสุขจะมีการเปิดรับความความเห็นจากเครือข่ายทั้ง 4 ภาค และเตรียมจัดเวทีประชาพิจารณ์ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ. … เพื่อสรุปผลจากการรับฟังความคิดเห็นในประเด็นที่มีการเสนอความคิดเห็น ข้อคัดค้านหรือความเห็นของหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องในการประชาพิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ. … จำนวน 2 ครั้ง ในแต่ละประเด็นการชี้แจงเหตุผลบางประเด็นและนำผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาและรายงานผลการดำเนินการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นายไพทูรย์ ทองสม เครือข่ายจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้นั้นมีกระบวนการที่ไม่ชอบธรรมมาตั้งแต่ต้น ทำและรู้เห็นกันอยู่ 3 กระทรวง เมื่อร่างแรกไม่สมบูรณ์ ร่างฉบับที่ 2 จึงเกิดขึ้น และมีการจัดเวทีรับฟังความเห็นเพื่อให้เกิดความรอบด้าน ในวันนี้เท่ากับการตอกย้ำกระบวนการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ที่ไม่ชอบธรรมให้เกิดความชอบธรรมขึ้น เมื่อเกิดการแสดงความเห็นขึ้นก็เท่ากับเป็นการสร้างความชอบธรรมในกระบวนการไม่ชอบธรรม
ต่อมาเวลา 10.00 น. เครือข่ายขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.) ภาคใต้ ร่วมกันอ่านแถลงการณ์คัดค้านร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ. … โดย นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดชุมพร เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ ระบุว่าตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 ดำเนินการแก้ไขกฎหมายของ สสส.เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ทางเครือข่ายขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.) ภาคใต้ ได้พิจารณาแล้วว่า การแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพในครั้งนี้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีหลายประการ อาทิ เป็นการทำลายเจตนารมณ์ “สร้างนำซ่อม” ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาวการณ์เจ็บป่วยสูงขึ้น และรัฐจะสูญเสียงบประมาณมากมายในการรักษา ฟื้นฟู เป็นการจำกัดการทำงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพด้านงบประมาณ เนื่องจากการดำเนินงานด้านสุขภาพจำเป็นต้องมีงบประมาณที่สอดคล้องกับสภาพและแนวโน้มของปัญหา ซึ่งปัญหาด้านปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ และการนำกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพไปอยู่ภายใต้ระเบียบของราชการจะส่งผลให้ขาดความคล่องตัวและล่าช้า รวมทั้งขาดความเป็นองค์กรอิสระตามที่ได้ระบุไว้ใน พ.ร.บ.เดิม
ในนามผู้แทนของเครือข่ายขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.) ภาคใต้ อันประกอบไปด้วย บุคคล องค์กร ภาคสังคม ที่ทำงานด้านสร้างเสริมสุขภาวะ สิทธิชุมชน และความมั่นคงด้านอาหาร กว่า 20 องค์กร มีจุดยืนร่วมขอคัดค้านร่างแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพปี พ.ศ. … และกระบวนการจัดรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว ด้วยเหตุผล 6 ประเด็น คือ 1.การแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ขัดกับหลักการและเจตนารมณ์ประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 อันเป็นที่มาของการเกิดพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพปี พ.ศ.2544 ที่มีเจตนารมณ์ที่สำคัญคือ สร้างนำซ่อม 2.การแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ได้ยึดหลักการของการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 มาตรา 77 อย่างถูกต้อง เปิดรับฟังความเห็นทางสื่อที่ไม่เป็นสาธารณะเท่าที่ควร มีระยะเวลาจำกัด ไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง การรับฟังความเห็นที่มีสัดส่วนผู้เข้าร่วมน้อย ทั้งที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชนทั้งประเทศ 3.ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มผู้ประกอบการ/ธุรกิจสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เพราะมีการกำหนดเงินกองทุนไว้ไม่เกิน 4,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าเพียงพอต่อการบริหารในแต่ละปี ซึ่งในความจริงของหลักการธรรมาภิบาล ผู้ประกอบการที่ค้ากำไรจากสินค้าส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ต้องร่วมรับผิดชอบส่งเงินเข้ากองทุนให้สอดคล้องกับที่รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการดูแลสุขภาพประชาชนตามรายงานประจำปี ดังนั้นรัฐควรมีบทบาทพัฒนากองทุนให้เติบโต มีประสิทธิภาพ เช่น กำกับการเพิ่มภาษีจากผู้ประกอบการผลิต น้ำตาล เครื่องดื่มชูกำลัง สินค้าเคมีทางเกษตร เป็นต้น 4.มีการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนต้องผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ขัดต่อมาตรา 10 พ.ร.บ.สสส.เดิมที่กองทุนมีฐานะเป็นหน่วยงานรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ และไม่เอื้ออำนวยต่อข้อตกลงระหว่างประเทศในด้านการสร้างเสริมสุขภาพ คือกฎบัตรออตตาวา จากการประชุมนานาชาติครั้งที่ 1 ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2529 ที่มุ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วมควบคุมปรับปรุงสุขภาพของตนเอง แต่กองทุนเมื่ออยู่ภายใต้กระทรวงการคลังส่งผลต่อสภาพไม่คล่องตัว ระเบียบราชการเป็นอุปสรรคในการดำเนินงาน 5.ร่าง พ.ร.บ.สสส.ฉบับนี้ขัดกับพระราชบัญญัติการบริหารกองทุนหมุนเวียน พ.ศ.2558 ในมาตรา 5 ระบุว่า หากกองทุนหมุนเวียนใดที่มีกฎหมายกำหนดบัญญัติในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะแล้วให้ดำเนินการตามกฎหมายกำหนด ดังนั้น การพยายามปรับแก้ พ.ร.บ.สสส.ฉบับนี้ เพื่อบริหารจัดการรูปแบบใหม่จึงถือว่าเป็นการขัดแย้งกับกฎหมายฉบับเดิม และ 6.สัดส่วนการบริหารของกรรมการกองทุนมีการปรับลดลง และการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่มีความสมดุล ส่งผลต่อการถ่วงดุล การตรวจสอบ และความโปร่งใสในการบริหารจัดการ
เครือข่ายขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.) ภาคใต้ จึงขอคัดค้านและให้ยุติการเสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณา หากจะมีการปรับแก้ไข พ.ร.บ.ให้ดีขึ้นตามเจตนา ก็ให้ดำเนินการในขณะที่ประเทศไทยมีสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศได้มีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของตนเองทั้งระดับพื้นที่และนโยบาย จึงจะถือได้ว่าเป็นกฎหมายที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเคารพสิทธิสุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการอ่านแถลงการณ์แล้วก็ได้ร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการร่วมกันจับไอ้โม่ง 2 คนใสสุ่มไก่ ไอโม่งตะโกนว่า แก้ แก้ แก้ และทางเครือข่ายตอบโต้ว่า ไม่แก้ ไม่แก้ ไม่แก้ และได้ร่วมกันจับไอ้โม่งขังไว้ในสุ่มไก่ ยืนยันเจตนารมณ์ไม่ต้องการให้แก้ พ.ร.บ.สสส. เพราะเห็นว่าแก้แล้วยิ่งแย่ลงกว่าเดิม และมีข้อพิรุธในการรีบเร่งในการแก้ไข ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง และหลังจากนี้ก็จะพยายามหาหลักฐานเพื่อเปิดโปงไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังความเร่งรีบในการแก้ พ.ร.บ.สสส.มาเปิดเผย
จากนั้นได้ร่วมกันยื่นหนังสือกับตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขที่เข้าร่วมในเวทีครั้งนี้ เพื่อส่งต่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

