หน้าแรก ภูมิภาค รองนายกพัทยาเ...

รองนายกพัทยาเคลียร์ปม ดราม่า อ้างเป็นสื่อโวยหมอ- พยาบาล ชี้สื่อสารเข้าใจไม่ตรงกัน

22.10.18 | 15:22 น.

จากกรณีมีดราม่าสังคมออนไลน์ในเรื่องของผู้ไปใช้บริการโรงพยาบาลเมืองพัทยา ซึ่งอ้างว่าเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ไปโวยวายกับเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลเมืองพัทยา หลังพาบุตรหลานเข้ารักษาพยาบาลแล้วไม่ได้รับการตอบรับ จนนำมาสู่เรื่องราวดราม่าของสังคมเมืองพัทยา

จากนั้น ทาง นพ.กิตติ ปรมัตผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองพัทยา ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า


บันทึกเรื่องโรงพยาบาล

ผมมารับงานช่วยดูแล รพ.เมืองพัทยาและ รพ.สาขาที่เกาะล้านได้เกือบเดือนแล้วครับ ที่ผ่านมามีกัลยาณมิตรผู้หวังดีได้เตือนว่า อายุท่านก็มากแล้ว ควรวางมือพักผ่อน ดูแลมารดาที่เจ็บป่วย เล่นหมากรุก และเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน จึงน่าจะเป็นหนทางที่ชอบที่ควรกว่า

แต่ด้วยความทระนงตน ความถือมั่นในตัวตนอย่างล้นเหลือ ทำให้ผมยังคงมั่นใจและคาดหวังว่าจะทำงานชิ้นนี้ให้เกิดผลสำเร็จ และทำให้ รพ.ทั้ง 2 แห่งนี้เป็นที่พึ่งแก่ชาวพัทยาและผู้คนนานาชาติที่มาพักอาศัยในเมืองแห่งนี้ได้อย่างมีคุณภาพ

Advertisement

แต่มาในวันนี้ ความมั่นใจเช่นนั้น ก็เริ่มรู้สึกคลอนแคลน ผมได้ประสบพบเจอด้วยตนเอง ผมได้ผ่านการดูแล รพ.มาหลายแห่ง ไม่เคยมีการคุกคามข่มขู่แพทย์อย่างหนักหน่วงเช่นนี้มาก่อน ผมจะยกกรณีให้ท่านอ่านดังนี้

เมื่อคืนมีผู้ป่วยเด็กมาพบแพทย์รายหนึ่ง ขณะนั้นเวลา 04.03 นาฬิกา คุณหมอที่ทำหน้าที่ตรวจท่านนั้นเป็นข้าราชการสังกัดโรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี ท่านกรุณามาช่วยอยู่เวรให้เพราะ รพ.เราไปเชื้อเชิญท่านมาช่วย ในขณะนั้นมีผู้ป่วยอุบัติเหตุบาดเจ็บทางสมองและและผู้ป่วยแพ้ยาใกล้ช็อก นอนรออยู่ในห้องฉุกเฉิน 7 ราย

ผู้ป่วยเด็กรายดังกล่าวมีอาการเพียงแค่อาเจียน เพราะรับประทานไส้กรอกมาเมื่อเย็น พยาบาลวัดไข้และตรวจสัญญาณชีพแล้วพบว่าปกติ เดินมาชั่งน้ำหนักได้ ค่าO2 SAT 99% ซึ่งก็แปลว่ามิได้มีอาการขาดออกซิเจนแต่ประการใด คุณหมอผู้ตรวจแจ้งให้รอสักครู่เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยหนักก่อน แต่ญาติผู้ป่วยไม่ยอมฟังเสียง ชี้หน้าด่าหมอว่าจะต้องรอให้ตายเสียก่อนค่อยรักษาใช่หรือไม่ แล้วล้วงโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพคุณหมอ แล้วตะโกนว่า กูเป็นนักข่าวสื่อยักษ์ใหญ่ของที่นี่ พวกมึงจะได้รู้จักเสียบ้างว่าผู้เสียภาษีอย่างกูไม่มีวันยอมให้พวกมึงมารังแกหรอก

เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ยินเสียงเอะอะในห้องฉุกเฉินก็เข้ามาขอร้องว่าให้หยุดการถ่ายภาพ นักข่าวผู้นั้นก็ชี้หน้าพยาบาลในห้องฉุกเฉินว่า พวกมึงจำเอาไว้ ปฏิเสธการรักษา ไล่คนไข้ออกจากโรงพยาบาล เห็นพวกกูเป็นคนจนใช้บัตร 30 บาทใช่ไหม แล้วพรุ่งนี้จะได้เห็นดีกัน ว่าแล้วพวกเขาก็ออกจากห้องฉุกเฉินไปโดยไม่ยอมให้หมอตรวจ

หลังจากนั้นอีก 2 นาที เขาก็เอารถนักข่าวมาเร่งเครื่องอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน แล้วตะโกนว่า พวกเอ็งบอกมาดีๆ หมอเวรชื่ออะไร กูจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด พนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นท่าไม่ดี พากันมายืนขวางประตูห้องฉุกเฉินเพื่อไม่ให้เขาบุกรุกเข้ามาทำร้ายคุณหมอ

วันรุ่งขึ้นนักข่าวโทรศัพท์ให้หัวหน้าพยาบาลมาพบที่สำนักงานข่าวด้วยตนเองก่อนเวลา 15.00 น. เพื่อรับข้อร้องเรียนด้วยเอกสาร มิฉะนั้นจะไม่รับประกันว่าจะทำให้ รพ.เมืองพัทยาเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่

เมื่อหัวหน้าพยาบาลไปพบเพื่อรับข้อร้องเรียนตามหน้าที่ เขาก็ถือโอกาสถ่ายวิดีโอภาพหัวหน้าพยาบาลท่านนั้นลง FB Live สด แล้วกล่าวหา รพ.อย่างสาดเสียเทเสีย ที่รับไม่ได้อย่างที่สุดคือเรื่องที่กล่าวหาว่า รพ.เมืองพัทยา ทอดทิ้งผู้ป่วยยากจน และปฏิเสธการรักษา มีชาวบ้านไม่ทราบเรื่องด้วยความเข้าใจผิดมาผสมโรงรุมด่า รพ.เมืองพัทยา เป็นจำนวนมาก เช่นคำว่า ชาติชั่ว พวกเนรคุณ หนักแผ่นดิน เป็นต้น

แต่ในขณะที่ รพ.ขนาดจิ๋ว แห่งนี้มีผู้มารับบริการถึงวันละ ‭950-1,100‬ คนต่อวัน และเพิ่มขึ้นทุกเดือน เดือนละ ประมาณ 2% ท่ามกลางงบประมาณที่มีอยู่จำกัด มีแพทย์และพยาบาลน้อยกว่า รพ. สังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายเท่า พวกเราก็ไม่เคยย่อท้อ คงมุ่งมั่นที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง เมื่อมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผมอาจต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อให้คนทำงานของเรา ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

ท่านผู้เจริญทั้งหลาย โปรดพิจารณาเรื่องราวเหล่านี้ด้วยใจเป็นธรรม เหตุการณ์ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้เป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ที่แสดงให้เห็นความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา บรรดาผู้คนที่ขาดเมตตาธรรมเอาแต่ความพอใจส่วนตัวแล้วมาทำร้ายผู้อื่น

หากท่านเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ที่จะตีแผ่เผยแพร่ความทุกข์ยากลำบาก ที่บรรดาแพทย์พยาบาลและบุคคลากรทางสาธารณสุขต่างๆ ที่ต้องทนรับอยู่ ก็จะเป็นกุศลผลบุญยิ่งนัก ดังเรื่องจริงที่ผมได้ประสบมาข้างต้น อย่างน้อยก็ให้ผู้คนที่กล่าวร้ายพวกเราอย่างไม่จำแนกและไม่เลือกหน้า ได้เกิดความเห็นอกเห็นใจบ้างว่า คนดีๆ ก็ย่อมมีอยู่ในทุกวงการ ขอขอบคุณ

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ รองนายกเมืองพัทยา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ รองนายกเมืองพัทยา ซึ่งมีหน้าที่รับผิดดูแลงานสาธารณสุข ได้มีการประชุมคณะผู้บริหารโรงพยาบาลพัทยา เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวดังกล่าว ถึงที่มาที่ไป ซึ่งทางโรงพยาบาลเมืองพัทยาได้ชี้แจงการทำงานตามขั้นตอนของกระบวนการแพทย์ พร้อมยอมรับถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชี้แจงว่าอาจจะเป็นเรื่องของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจจนเกิดเรื่องราวดังกล่าวในที่สุด

นายปรเมศวร์กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดกระแสดราม่าดังกล่าว ทางโรงพยาบาลเองก็ได้ชี้แจงการทำงานให้กับคณะผู้บริหารเมืองพัทยาได้รับทราบ ซึ่งเราก็เข้าใจต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจระหว่างบุคลากรของโรงพยาบาล ผู้มาใช้บริการ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้เรื่องราวบานปลาย และพร้อมจะเน้นในเรื่องของการสื่อสารสร้างความเข้าใจระหว่างบุคลากรและผู้ใช้บริการโรงพยาบาลต่อไป