หน้าแรก ภูมิภาค รอง ผบก.กาญจน...

รอง ผบก.กาญจน์ คาดขอออกหมายจับหัวขโมยยิงเจ้าของร้านซ่อม จยย. เร็วๆนี้

22.10.18 | 18:45 น.

จากกรณี นายอภิภู พันนาม หรือช่างปาน อายุ 35 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองยิงเข้าบริเวณชายโครงซ้ายเสียชีวิตคาที่ ที่บริเวณหน้าร้าน เลขที่ 325/3 หมู่ 11 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ถนนเลี่ยงเมือง ปากทางเข้าวัดวัดธุดงคนิมิต (เขาพุรางล่าง) เหตุเกิดเวลาประมาณ 03.20 น. ของวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ภ.จว.กาญจนบุรี ชั้น 2 พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ในฐานะโฆษก พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีระพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี และ พ.ต.ท.นราวุธ คำวันดี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ร่วมแถลงข่าวถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยไม่ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเผย เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับคดี เผยว่า ขณะนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นเป็นกลุ่มไหน แต่แนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่มีความคืบหน้าไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะสามารถออกหมายจับคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้ แต่เบื้องต้นยังไม่ขอเปิดเผยว่าคนร้ายนั้นเป็นใคร เพราะอาจจะกระทบต่อแนวทางการสืบสวน จึงขอให้เจ้าหน้าที่ได้มีเวลาทำงานสักระยะหนึ่งก่อน สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุมีด้วยกัน 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน โดยผู้ขี่รถจักรยานยนต์ในวันเกิดเหตุนั้นเป็นผู้ชาย ส่วนผู้หญิงเป็นคนซ้อนท้าย และในส่วนของการรวบรวมพยานหลักฐานก็เป็นไปตามแนวทางการสืบสวน โดยการทำงานได้แบ่งออกเป็นทีมในการติดตาม รวมทั้งตามแนวชายแดนที่คาดว่าผู้ต้องหาอาจจะใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนีด้วย


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทีมสืบสวนได้ข้อมูลมากพอสมควรแล้ว และได้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ พร้อมทั้งเก็บรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งติดตามตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดไปตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี รวมทั้งเส้นทางมายังจุดเกิดเหตุด้วย สำหรับคดีดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน และไม่มีการวางแผนหรือมีกลุ่มคนร้ายเข้ามาทำเป็นขบวนการ แต่เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้เสียชีวิตเท่านั้น

“ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 03.00 น. เศษ จากพฤติการณ์พบว่ามีผู้ชายเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีผู้หญิงเป็นคนซ้อนท้ายสวมไอ้โม่งทั้ง 2 คน เมื่อจอดรถแล้วผู้ชายที่เป็นคนขับก็ได้ลงจากรถแล้วเดินไปพยายามลักทรัพย์ที่เป็นโช๊คอัพของรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้หน้าบ้านเพื่อรอการซ่อม ระหว่างนั้นผู้เสียชีวิตก็ได้เปิดประตูออกมาแล้วใช้เหล็กแป๊บตีคนร้าย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น และเชื่อว่าในเร็วๆ นี้จะมีข่าวดี” พ.ต.อ.ชวลิตกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนที่บริเวณศาลาหลังเก่า วัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี น.ส.พรลัดดา กากะนิก หรือบีม อายุ 23 ปี แฟนสาวของนายอภิภู พันนาม หรือช่างตาล ผู้ตาย พร้อมญาติ ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับทำพิธีรดน้ำศพ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของ นายอภิภู ไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม กลับมาทำพิธีในช่วงเย็นนี้

Advertisement

โดย น.ส.พรลัดดาเล่าเหตุการณ์ให้สื่อมวลชนฟังว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งจับกุมตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว สำหรับภาพจากกล้องวงจรปิดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่นำฮาร์ดดิสก์กลับมาคืนให้ แต่ตนได้เห็นก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบ ซึ่งก็แยกไม่ออกว่าคนร้าย 2 คนนั้น เป็นชายกับหญิง ตามที่เป็นข่าวจริงหรือไม่ แต่คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นพวกวัยรุ่นในระแวกนั้น แต่ยังไม่ได้เจาะจงว่าเป็นใคร เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นคนร้ายทั้ง 2 คน อย่างชัดเจน แม้ว่าจะสวมหมวกไหมพรมคลุมปิดบังใบหน้าไว้ก็ตาม แต่ตอนนี้ขอจัดการเรื่องศพของสามีก่อน แต่หากคดีไม่มีความคืบหน้าก็อาจจะขอให้หน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยติดตามคดีต่อไป ส่วนร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ หลังจากเสร็จงานศพ ก็จะหาช่างมาช่วยทำรถของลูกค้าที่ยังค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ และก็คงต้องเลิกกิจการ เพราะไม่มีใครสานงานต่อ สามีทำงานเพียงคนเดียว ส่วนตนเองก็ต้องไปหางานทำใหม่

สำหรับปัญหานี้ทางชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ที่เกิดเหตุซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า เหตุการณ์ร้ายๆ เช่นนี้เกิดขึ้นติดๆ กัน แต่ทางตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้เลย โดยเฉพาะเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ 6 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ 3 มาด้วยกันคัน ใช้อาวุธเหล็กขุดชาร์ปบุกรุมทำร้าย 2 สามีภรรยาชาวมอญ จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ภายในร้านขายของชำเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมานี้ และสถานที่ก็อยู่ไม่ไกลจากร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เพิ่งเกิดเหตุเท่าใดนัก ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้เลยเช่นกัน จึงทำให้ชาวบ้านต่างคับแค้นใจและขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากระยะนี้ขโมยชุกชุมมาก ซึ่งบริเวณนี้เกิดขึ้นเกือบทุกคืน แต่เจ้าหน้าที่ไม่เห็นทำอะไรได้เลย ทำให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างหวาดผวา พร้อมกันนี้ก็อยากให้หามาตรการในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ดีกว่านี้ ประชาชนจะได้นอนตาหลับ