เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่า มีรถยนต์ประสบอุบัติเหตุบริเวณโค้งสามแยกบางสะพาน ถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ หลัก กม.385-386 ก่อนถึงที่ทำการหมวดทางหลวงบางสะพานประมาณ 300 เมตร เขตเทศบาลตำบลร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เซฟโลเรต แคปติว่า สีขาว ทะเบียน กค 4568 อำนาจเจริญ เสียหลักพลิกคว่ำอยู่บริเวณกลางถนน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลร่อนทองได้ให้การช่วยเหลือ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร สำหรับบริเวณโค้งดังกล่าว มีการเก็บสถิติ ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักพลิกคว่ำแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย
น.ส.พัชราภรณ์ อิงบารมี อายุ 33 ปี ชาว จ.อำนาจเจริญ ผู้ประสบอุบัติเหตุ กล่าวว่า ได้ขับรถกลับจากทำธุระเพื่อมุ่งหน้าไป จ.ภูเก็ต เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงที่ฝนกำลังตกหนักทำให้พื้นถนนลื่น ตนขับด้วยความเร็วประมาณ 110-120 กม.ต่อชั่วโมง เมื่อเข้าโค้งรถได้เสียหลักลื่นไถล ควบคุมรถไม่ได้จึงชนกับขอบทางก่อนที่รถจะหมุน แต่โชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ
นายสุพจน์ เสริมทรัพย์ หัวหน้าหมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ พบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุจะเป็นช่วงฝนตก พื้นถนนจะมีความลื่นมากกว่าปกติ ประกอบกับรถที่ประสบอุบัติเหตุทุกคัน จะใช้ความเร็วค่อนข้างสูงมากกว่า 100 กม.ต่อชั่วโมง สำหรับการแก้ปัญหา หลังจากประชาชนร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ได้เพิ่มป้ายเตือนบริเวณก่อนถึงทางโค้ง ส่วนในแผนระยะกลางที่คาดว่าก่อนถึงเทศกาลปีใหม่จะตีเส้นจราจรแบบสันนูน บนเส้นไหล่ทางและข้างเส้นไหล่ทาง ความถี่ห่างกัน 20 เซนติเมตร เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวัง หากขับรถทับเส้นไหล่ทางจะรู้สึกตื่นตัวและชะลอความเร็ว เนื่องจากรถจะสั่นสะเทือน วิธีการนี้นิยมใช้ในทวีปยุโรป คาดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาได้ จากนั้นจะติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องจับความเร็วเพื่อประเมินความเสี่ยงแก้ปัญหาระยะยาว

