เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชมประกวดไหลเรือไฟเมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา เป็นไปคึกคักมากกว่าทุกปี มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมาเที่ยวชมงานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ และงานกาชาดประจำปี 2561 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-25 ตุลาคม ซึ่งวันไฮไลท์ของงานคือการจัดประกวดไหลเรือไฟจากอำเภอต่างๆ ทั้ง 12 อำเภอ รวม 14 ลำ มีเรือไฟขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 60-80 เมตร ความสูงประมาณ 20-30 เมตร ประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟมากกว่า 20,000-30,000 ดวง บางลำทุ่มทุนสร้างนับล้านบาท เพื่อให้มีความสวยงาม อลังการ ทำให้มีประชาชน และนักท่องเที่ยวนับแสนคน ให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวชมการประกวดไหลเรือไฟ ตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม
ผลการประกวดเรือไฟปีนี้ อ.นาแก ได้คว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทความคิด รองอันดับ 1 อ.นาทม และรองอันดับ 2 อ.ศรีสงคราม ส่วนรางวัลชนะเลิศ ประเภทความสวยงาม อ.เมืองนครพนม รองชนะเลิศอันดับ 1 อ.โพนสวรรค์ รองชนะเลิศอันดับ 2 อ.ท่าอุเทน และรางวัลชมเชย อ.ธาตุพนม ส่วนลวดลายการทำเรือไฟ จะเน้นลวดลายดวงไฟเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว สถานที่สำคัญของจังหวัด ไปจนถึงการรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึง การเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 10 นอกจากนี้ ยังได้จัดทำลวดลายเป็นสัญลักษณ์แลนด์มาร์คสำคัญของ จ.นครพนม อาทิ องค์พระธาตุพนม พญาศรีสัตตนาคราช รวมถึง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ประจำวันเกิด 8 พระธาตุ และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เฉลิมฉลองครบรอบ 232 ปี เมืองนครพนม ซึ่งในการชนะเลิศครั้งนี้ หัวใจสำคัญของเรือไฟ คือการาวางตำแหน่งเรือไฟที่มีความโดดเด่นสวยงาม

ด้านนายธนพงษ์ ไชยคำ อายุ 50ปี ปลัด อบต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม ในฐานะผู้ควบคุมการทำเรือไฟ เปิดเผยว่า การทำเรือไฟที่เป็นการสืบสานประเพณี ต้องมาจากความร่วมแรงร่วมใจจากพลังศรัทธา หากว่าจ้างให้สร้างขึ้น จะไม่เกิดประโยชน์ เพราะสิ่งสำคัญการทำเรือไฟไหลโชว์ออกพรรษา ไม่ได้ต้องการเพียงโชว์ความสวยงาม แต่ต้องการโชว์ถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่มาของเรือไฟ ก่อนจะมาเป็นเรือไฟที่สวยงาม ต้องเกิดจากความรัก ความศรัทธา ความสามัคคีของชาวบ้าน ร่วมแรงร่วมใจกันทำขึ้นเท่านั้น เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ลูกหลาน ได้ศึกษาความเป็นมา นอกจากนี้ จะต้องออกแบบลวดลายบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ ความเป็นอยู่วิถีชีวิตของอำเภอต่างๆ เช่น อ.นาแก จะต้องมีลวดลายดวงไฟออกมาเป็นรูปพระธาตุศรีคุณ พระธาตุประจำอำเภอนาแก รวมถึง สถานที่ต่างๆ ที่ขาดไม่ได้คือการแสดงออกถึงความจงรักษ์ภักดี ในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
“การทำเรือไฟทุกลำ ยืนยันว่าไม่มีใครมองถึงเงินรางวัล เพราะแต่ละลำมีมูลค่าสูงไม่ต่ำกว่า 500,000-1,000,000 บาท เมื่อเทียบกับรางวัล 50,000 บาท แต่ทุกคนได้ร่วมใจสร้างขึ้น เพื่อสืบสานประเพณี และคงไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม ที่สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวนครพนม จากอดีตถึงปัจจุบัน” นายธนพงษ์ กล่าว


