เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 ตุลาคม ที่ จ.เพชรบูรณ์ ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายรื้อถอน ประกอบด้วย ป่าไม้, ฝ่ายปกครอง, ทหารในพื้นที่ อ.หล่มเก่า นำโดยนายชิต อินทรนก ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานป่าไม้เพชรบูรณ์ และนายบัณฑิต พจี ปลัดอำเภอหล่มเก่า ได้นำประกาศคำสั่ง คสช.ที่ 35/59 แจ้ง และปิดประกาศให้รีสอร์ทบนภูทับเบิก ได้แก่ รีสอร์ทบ้านกลางหมอก หมู่ 16 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า รื้อถอนเองภายใน 30 วัน หลังจากเจ้าพนักงานอัยการหล่มสัก มีคำสั่งฟ้องต่อศาลหล่มสักในข้อหาบุกรุกป่า โดยคณะเจ้าหน้าที่ยังนำป้ายประกาศคำสั่งไวนิลขนาดใหญ่ไปติดตั้งไว้บริเวณหน้ารีสอร์ทอีกด้วย สำหรับรีสอร์ทบ้านกลางหมอก ถือเป็นรีสอร์ทรายสุดท้ายในจำนวน 103 ราย ที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุม และดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2559 และใช้คำสั่ง คสช.ที่ 35/59 ให้รื้อถอน หลังทาง จ.เพชรบูรณ์ จัดระเบียบภูทับเบิก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมานายชิต และคณะ ยังได้เดินทางไปติดตามการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของ 3 รีสอร์ท ได้แก่ รีสอร์ทภูข้าวฟ่าง รีสอร์ทชิลแลนด์ และรีสอร์ทภูการ์เด้นท์ หลังจากครบกำหนดเวลาตามคำสั่ง คสช.ที่ 35/59 ที่ให้เจ้าของรื้อถอนเองใน 30 วัน และยังให้โอกาสอีก 7 วัน แต่รีสอร์ททั้ง 3 ราย นอกจากยังรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไม่เสร็จสิ้นแล้ว ยังแสดงท่าทีประวิงเวลาอีกด้วย จนนายสืบศึกดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาภูทับเบิก ได้ขีดเส้นกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคมนี้ หากยังดื้อแพ่ง ในวันที่ 29 ตุลาคม ทางเจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ทภูข้าวฟ่าง ผู้ประกอบการจ้างผู้รับเหมารื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างไปแล้วประมาณ 90% ส่วนรีสอร์ทภูการ์เด้นท์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปแล้วประมาณ 80% ขณะที่รีสอร์ทชิลแลนด์ รื้อได้เพียง 20% โดยรื้อถอนเพียงแค่หลังคาตัวอาคารไปได้เพียงบางส่วน และเก็บสิ่งของ และทรัพย์สินเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นายชิต และคณะ พอใจถึงความก้าวหน้าของการรื้อถอน โดยยังกล่าวย้ำว่า ก่อนวันที่ 29 ตุลาคมนี้ เจ้าหน้าที่จะขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง





