ปริญญา “เม่น ไทยแลนด์” นักกีฬาผู้พิการเหรียญเงินเทเบิลเทนนิสเอเชียนพาราเกมส์อินโดนีเซีย วอนขอโคว้ตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจากผู้ว่าฯตรัง เผยเคยทำหนังสือขอหลังได้รับแหรียญทองแดง เอเซียนพาราเกมส์ 2014 เกาหลีใต้จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า วอนรัฐบาลดูแลหลังหมดแรงรับใช้ชาติ
ที่จังหวัดตรัง วันที่ 26 ตุลาคม นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ หรือ “เม่น ไทยแลนด์” อายุ 43 ปี ชาวตำบลท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรังหลังคว้าเหรียญเงินเทเบิลเทนนิสประเภททีม เอเชียนพาราเกมส์ รายการเอเชียนพาราเกมส์ที่ ประเทศอินโดนีเซีย แข่งขันระหว่างวันที่ 1-14 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยหลังจากที่กลับมาถึงกรุงเทพฯ ได้นำเงินที่ได้รับจากการอัดฉีดจำนวน 500,000บาท ส่วนหนึ่งนำไปซื้อจักรยานไฟฟ้าขี่จากกรุงเทพฯ-ตรัง วันที่ 18-24 ตุลาคม รวมเวลา 7 วันโดยลำพัง เมื่อถึงบ้านเกิดจังหวัดตรัง ไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อรับแต่อย่างใด

นายปริญญา หรือ “เม่น ไทยแลนด์” กล่าวว่า ตนรู้สึกว่าการขี่จักรยานไฟฟ้าจากกรุงเทพฯกลับมาถึงจังหวัดตรังบ้านเกิดรู้สึกภูมิใจและสุดยอดมากๆ ก่อนจะไปแข่งที่อินโดนีเซียมีการพูดคุยกับเพื่อนๆนักกีฬาว่าจะมีการขี่รถตามมาเป็นเพื่อน แต่เพื่อนไปแข่งชิงแชม์ปโลกต่อจึงต้องขี่มาคนเดียว ตนขี่ด้วยความตั้งใจที่จะมาที่จะบอกในสังคมได้รับรู้ว่า ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เริ่มออกเดินทางวันที่ 18 ตุลาคม ด้วยการขี่จักรยานไฟฟ้ารอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นขี่กลับมาจังหวัดตรัง ใช้ระยะเวลา 7 วัน ตั้งใจว่าจะมาพบลูกซึ่งคลอดวันที่ 18 กันยายน และให้ถึงวันที่ 24 ตุลาคม เป็นวันปิยะมหาราช
“การขี่จักรยานไฟฟ้าเกิดจากความตั้งใจไม่ได้คิดว่าจะให้ใครมารับแต่ด้วยทีมงานคนพิการ ไปต้อนรับผมที่สี่แยกอันดามัน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ในส่วนของภาคราชการเองตนไม่ทราบว่าจะทราบหรือไม่ แต่ตนไม่ได้ประสานกับหน่วยงานไหน อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดตรัง รวมทั้งสมาคมกีฬาจังหวัดตรังได้ประสานมายังตน มีการขอชื่อและรายละเอียดกีฬาที่แข่งขัน และรางวัลที่ได้รับ โดยจะมีการประสานทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง” นายปริญญา กล่าว
นายปริญญา กล่าวอีกว่า ตนในฐานะนักกีฬาคนพิการที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและจังหวัดตรัง ในมุมมองของตนไม่ได้คิดว่าเป็นคนพิการ มองว่าตนเป็นมีสถานะเป็นคนๆหนึ่งโดยการเกิดเหมือนกัน แต่ตนมีลัษณะพิเศษที่ไม่เหมือนคนทั่วไป และได้มาเล่นกีฬาทำประโยชน์ให้สังคม จริงๆแล้วตนก็รักกีฬาอยู่แล้ว ในส่วนของทางราชการในฐานะที่ตนเป็นนักกีฬา อยากจะแสดงความรู้สึกว่า คนที่มารับใช้ชาติการใช้แรงกำลัง เหมือนกับว่า เมื่อยังมีแรงชาติยังได้ประโยนชน์ วันหนึ่งเมื่อหมดแรงรัฐจะดูแลต่อไปอย่างไร
นายปริญญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เหรียญทองแดงเอเซียนพาราเกมส์ 2014 ครั้งที่ 2 เมืองอิลซอล ประเทศเกาหลี กลับมาถึงจังหวัดตรัง ได้ทำหนังสือถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อขอสลากกินแบ่งรัฐบาล 9-10 เล่ม เพื่อช่วยในการเลี้ยงชีพเพื่อดูแลตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม้ย้วน วัย 87 ปี ที่ต้องดูแล ปรากฏว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับ ระยะยาวจริงๆการดูแลใหกับคนทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ รัฐบาลควรมีนโยบายให้ความช่วยเหลือจนกว่าจะตายก่อนหน้านี้มีอดีตนักกีฬาทีมชาติคนจังหวัดตรัง ประสบปัญหาเดือดร้อนไม่สบายจนสุดท้ายเสียชีวิตไป เรื่องดังกล่าวอยากฝากมายังองค์กรของรัฐ หรือรัฐบาลว่าช่วยวางนโยบายให้ความช่วยเหลือด้วย
“การแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากผมแล้ว ยังมี พี่พนม ลักษณะพริ้ม นักกีฬาว่ายน้ำก็ได้รับรางวัลมาเหมือนกัน และมีเพื่อนอีกคนเป็นคนตรังโดยกำเนิด แต่ย้ายครอบครัวไปอาศัยที่จังหวัดระยอง ได้รับรางวัลเหมือนกัน การเรียกร้องถึงความเท่าเทียมของความเป็นคน ไม่ใช่มองว่าคนพิการเป็นคนครึ่งคน ทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่ากัน ต่างกันที่รูปลักษณ์ที่เกิดมาวพิการเท่านั้น ผมอยากบอกว่าควรที่ความเท่าเทียมเหมือนกัน โดยเฉพาะด้านกีฬา ผลลัพธ์ของความสามารถจะต้องเท่าเทียมกัน ระหว่างคนสมบูรณ์ กับคนพิการ เช่นเมื่อแข่งขันชนะได้รับเหรียญเหมือนกันสร้างชื่อเสียงเหมือนกัน แต่หลังจากนั้น คนพิการได้รับการช่วยเหลือเสมือนครึ่งคนเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น รางวัลที่ได้รับคนพิการได้รับเพียงครึ่งคน คนปกติเหรียญทอง ได้เงินอัดฉีด 2 ล้านบาท แต่คนพิการได้เพียง 1 ล้าน สะท้อนให้เห็นว่าคนปกติได้100% ขณะที่คนพิการได้เพียง 50% เท่านั้น” นายปริญญา กล่าว


