เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่ลานอเนกประสงศ์ ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบคืนโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาไม่เป็นธรรม โดยภายในงานมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัตน์ เกตุวรชัย รรท.รองผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม.ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) ร่วมพิธี
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมาหลายรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา และจากนี้ไปอยากให้ตำรวจขับเคลื่อนนโยบายแบบบูรณาการ เพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรมทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ในวันนี้ถือเป็นครั้งที่สี่ที่ได้มีการคืนโฉนดให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นพี่น้องประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษที่ได้รับความไม่เป็นธรรมจากการทำสัญญากู้ยืมอันไม่เป็นธรรม ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้วที่จ.ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำคนยากจนเข้าสู่ระบบแหล่งการเงินมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งแหล่งเงินกู้นอกระบบ และสนับสนุนระบบฟิโกไฟแนนซ์เยอะๆ ทำให้นายทุนเข้าสู่ระบบมากที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนมีหนี้สิน ส่วนภาคการเกษตรที่ไม่มีการยืมที่ถูกต้อง จากนี้ประชาชนสามารถไปกู้ยืมได้ที่ ธ.ก.ส. หรือกองทุนต่างๆ ที่รัฐบาลวางแนวทางไว้ รัฐบาลจะช่วยเรื่องของสินเชื่อเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และมีแหล่งกู้ยืมเงินทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อีกทั้งห่วงใยราคาข้าว อ้อย และผลผลิตทางการเกษตรที่ราคาตก ซึ่งพยายามลดต้นทุน ราคาปุ๋ย และอื่นๆ ให้ถูกลง
นอกจากนี้ ยังให้ตำรวจเฝ้ากวาดล้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์ดำรงธรรมและศูนย์ป้องกันและปราบปราบการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่องราวร้องทุกข์และดำเนินการกวาดล้างหนี้นอกระบบให้หมดไปในวันนี้มาแจกโฉนดที่ดินให้กับประชาชน โดยแจกจ่ายพร้อมกันทั่วทุกภาคในประเทศไทย
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ปลื้มใจที่เห็นประชาชนรับโฉนดคืนเนื่องจากบางคนถูกยึดนานกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม ภาพรวมส่วนถือว่าเป็นที่พอใจ โดยขณะนี้พยายามที่จะทำให้ได้มากที่สุด และไม่หยุดแค่เพียงเท่านี้ หลายหน่วยงานต้องเข้ามาบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากต้องใช้บุคลากรเจ้าหน้าที่จำนวนมากในการเข้าไปร่วมไกล่เกลี่ย อาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จะเดินหน้าปราบปรามบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการเจรจาประนอมหนี้กับนายทุนและชาวบ้าน นำมาตรการฟอกเงินมาบังคับใช้ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งรัฐบาลห่วงใยปัญหาดังกล่าว เป็นความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะเดินหน้าแก้ไขไปด้วยกัน ไม่ปล่อยใครไว้ข้างหลัง เราจะสร้างไทยไปด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและเป็นรูปธรรม พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง สร้างแหล่งเงินกู้อย่างถาวรยั่งยืนในพื้นถิ่นตำบลหมู่บ้านและจังหวัด ผ่านฟิโกไฟแนนซ์ และนาโนไฟแนนซ์ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านมีแหล่งเงินกู้โดยไม่มีหลักประกัน และเพื่อเป็นการตัดวงจรไม่ให้ชาวบ้านนำโฉนดที่ดินกลับไปสู่นายทุนอีก
สำหรับภาพรวมของการมอบคืนโฉนดที่ดินแก่เหยื่อแก๊งดอกเบี้ยโหดที่ผ่านการไกล่เกลี่ยตามนโยบายของรัฐบาลทั่วประเทศครั้งที่ 4 สามารถไกล่เกลี่ยมอบคืนโฉนด จำนวน 2,223 ฉบับ เนื้อที่ 7,193 ไร่ 44.17 ตารางวา คิดเป็นมูลค่า 2,981,222,859 บาท โดยในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 สามารถไกล่เกลี่ยจำนวน 1,055 ฉบับ เนื้อที่ 4271 ไร่ 1 งาน 54 ตารางวา คิดเป็นมูลค่า 1,969,258,296 บาท อย่างไรก็ตาม จากการที่รัฐบาลได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเงินกู้นอกระบบและนำมาสู่การคืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนได้รับผลกระทบจากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาไม่เป็นธรรมทั้ง 4 ครั้ง สามารถไกล่เกลี่ยมอบคืนโฉนด 10,138 ราย จำนวน 7753 ฉบับเป็นเนื้อที่ 25,963 ไร่ 3 งาน 140.87 ตร.วา คิดเป็นเงิน 10,312,055,182 ล้านบาท



