หน้าแรก ภูมิภาค พบหลายวัดเมือ...

พบหลายวัดเมืองสุพรรณฯ ทองอร่าม เจ้าอาวาส เผยอนุญาตให้บูรณะเพราะเห็นมีเจตนาดี

26.10.18 | 19:32 น.

ความคืบหน้ากรณี วิหารของวัดโพธารามในพื้นที่ ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง ของจังหวัดสุพรรณบุรี มีการทาสีเหลืองอร่ามทั้งหลัง จนเกิดกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งในแง่บวก ลบ จนเป็นเรื่องราวล่าสุดกรมศิลป์ออกมาแจงว่ายังไงก็ต้องกลับเปลี่ยนไปเป็นสีดั้งเดิม ไม่เช่นนั้นจะผิดกำหมาย ตาม พรบ. พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2535

ผู้สื่อข่าว ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ไปยัง น.ส. อัจฉรา แข็งสาริกิจ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี โดยได้เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า ล่าสุดทางสำนักศิลปากรทที่ 2 ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และได้ส่งเจ้าหน้าที่ เข้าทำการตรวจสอบวัดในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นจึงได้มีการแจ้งไปยังวัดที่มีการทาสีเหลืองให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ให้กลับไปเป็นสีเดิม โดยจะมีการตรวจสอบว่าเป็นสีประเภทอะไร

ส่วนกรณีที่วัดโพธาราม อ.อู่ทอง นั้น จากที่ทางวัดได้กล่าวอ้างว่า ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนกับกรมศิลป์และไม่ทราบข้อมูลว่าจะต้องแจ้งในการบูรณะนั้น จึงขอเรียนชี้แจงว่า หากทางวัดนั้นมีอายุเก่าแก่ ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นการเข้าข่ายโบราณสถาน และมีศิลปกรรมที่สวยงาม มีคุณค่าทางความงดงาม ของศิลป์ ดังนั้น ก่อนทางวัดจะมีการปรับปรุงแก้ไขอะไร ต้องมีการแจ้งให้กับทางกรมศิลป์ฯ ทราบก่อน ซึ่งล่าสุดทาง อธิบดีกรมศิลปากร ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ขอให้ทุกวัดและกลุ่มคนเอกชน ยุติการทาสีทองทับโบราณสถานทุกแห่ง ซึ่งก็เข้าใจว่า กลุ่มจิตอาสาทาสีว่ามีเจตนาที่ดีในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา แต่อาจเป็นการทำลายโบราณสถานโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ ตรวจสอบข้อมูลโบราณสถานที่กระทำลักษณะดังกล่าวและประสานกับวัดต่างๆ โดยเร่งด่วน ขอให้ยุติการดำเนินการทั้งหมด และหากเป็นการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2535 ผู้ดำเนินการจะต้องรับผิดชอบ และต้องเข้าหารือกับกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที


ล่าสุดยังพบว่าอีกว่า มีอีกหลายวัดในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีการทาสีเหลืองทองทั้งพระวิหารและโบสถ์ ในพื้นที่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี คือ วัดลาวทอง และ วัดไชนาวาส โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดลาวทอง และได้สอบถามไปยัง ท่านพระสมุห์ สุประวีณ์ (โจ) ปญญาธโร เจ้าอาวาสวัดลาวทอง โดยท่านได้เปิดเผยว่า สำหรับพระอุโบสถของวัดลาวทอง นั้น ที่ผ่านมาก็มีการชำรุดทรุดโทรมมาก จนจะพังทลาย และเมื่อปี 2559 ก็ได้มีกลุ่มผู้ร่วมทาง ได้เดินทางมาร่วมกันบูรณะวัดร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งทางวัดก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เพราะทางวัดก็ไม่มีงบประมาณในการบูรณะ และก็เห็นว่าเป็นเจตนาดี และจิตศรัทธา อันดี จากญาติโยม แต่ก็ขอไว้ว่า อย่าทาทับตรงหน้าบรรณ หน้าต่าง ประตู ส่วนการทาสีเหลืองนั้น ชาวบ้านก็มองว่าสวยงามดี คือ วัดลาวทอง ก็มีเอกลักษณ์เป็นสีทอง ไม่น่าจะเป็นไร อาตมาก็เห็นว่าเป็นการลงมติของชาวบ้าน กรรมการวัด ซึ่งก็ไปในทิศทางเดียวกัน ก็เลยร่วมกันบูรณะวัด ผ่านมาก็ 2 ปีแล้ว ปัจจุบัน ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไหว้พระ และ มาทำบุญที่วัดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ก็คงต้องว่ากันไปตามขั้นตอน รอให้ทางกรมศิลปากร เข้ามาตรวจสอบก่อน

ส่วนอีกวัดหนึ่งนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เป็นวัดที่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลฯ และเป็นวัดพระอารามหลวง คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งทางกรมศิลป์ได้เข้ามาทำการบูรณะกว่า 6 ปีแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จแต่อย่างใด จนชาวบ้านบ่นระอา โดยเรื่องนี้ ได้รับการเปิดเผยจากพระครูศรีรัตนวิภูสิต เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่าจากการที่กรมศิลปากรได้มีโครงการการบูรณะพระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งเป็นพระปรางค์เก่าแก่อายุกว่า 800 ปี สร้างในสมัยสุโขทัย ซึ่งเป็นพระปรางค์ที่บรรจุพระเครื่องผงสุพรรณ หนึ่งในพระชุดเบญจภาคี โดยทางกรมศิลป์ได้นำช่างเข้าทำการบูรณะมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2562 ในบริเวณพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3 ไร่ ซึ่งได้มีการออกแบบสำรวจ ตามที่กรมศิลปากรกำหนด เริ่มดำเนินการปรับพื้นที่ขุดเจาะพื้นที่รอบบริเวณพระปรางค์ใหญ่ และรอบองค์เจดีย์ ความลึกประมาณ 1.5 เมตร กว้าง 1-2 เมตร บางจุดมก็ขุดเป็นบ่อลงไป หลายจุด ซึ่งรวมเวลากว่า 6 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

Advertisement

เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เปิดเผยต่อว่า จากการเฝ้าดูการบูรณะที่ผ่านมา ระยะเวลากว่า 5-6 ปี แล้ว พบว่าจะมีคนงานเข้ามาทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ปล่อยทิ้งรกร้างไว้แบบนี้ จนมีภูมิทัศน์ที่ไม่สวยงาม ทำให้ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ที่ต่างเดินทางเข้ามาสอบถามความคืบหน้าอยู่ตลอด ซึ่งทางวัดก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากมีการมอบพื้นที่ให้ทางกรมศิลป์ไปบูรณะดำเนินการแล้ว และตามกำหนดการโครงการจะแล้วเสร็จใน ปี 2562 ซึ่งชาวบ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่น่าจะเสร็จตามกำหนดการเดิมที่วางไว้ ยิ่งช่วงเวลามีฝนตกลงมา จึงทำให้เกิดร่องน้ำลึก บางช่วงน้ำขัง ชาวบ้านก็เกรงว่าน้ำที่ขังอยู่จะไปเซาะฐานขององค์พระปรางค์ และองค์เจดีย์โดยรอบ ทำให้ประปรางทรุดลงมาพังได้ ส่วนเรื่องของสัญญาและงบประมาณในการบูรณะนั้นทางวัดไม่ทราบ เป็นความรับผิดชอบของกรมศิลปฯ ซึ่งขณะนี้การบูรณะก็ยังไม่คืบหน้า ชาวบ้านเห็นก็ไม่สบายใจ เพราะที่ผ่านมาหลายปีแล้ว ทำให้ภูมิทัศน์ของวัดอารามหลวงไม่สวยงามและเกรงว่าน้ำจะไปกัดเซาะพระปรางเสียหาย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งมาตรวจสอบหรือดูความคืบหน้าในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อวัดพระศรีรัตนมหาธาตุซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชาวสุพรรณบุรีจะได้สวยงาม ต่อไป