วันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดราชบุรี มีสภาพอากาศที่ร้อนจัด นายณัฏฐ์ฤพงศ์ ภูบัวเพชร ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาราชบุรี เผยว่า จากข้อมูลเครื่องวัดของสถานีอุตุนิยมวิทยาราชบุรีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 38-41.5 องศาเซลเซียส ถึงว่าทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 24 ปี ตั้งแต่ตั้งสถานีฯ มาเมื่อ พ.ศ.2535 ทำให้ช่วงเดือนเมษายนนี้อากาศร้อน
โดยผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบถึงผลกระทบจากอากาศร้อนนี้พบว่า ทำให้ผลไม้บางชนิดโดยเฉพาะทุเรียนของนางยุพา มีมงคล หรือ ป้าสาว อายุ 54 ปี เจ้าของ “สวนเต็มอิ่ม” ที่ได้ยึดอาชีพการปลูกผลไม้หลากหลายชนิดมากว่า 10 ปีแล้ว ที่มีการปลูกแบบผสมผสาน เช่น ขนุน สละ มังคุด ทุเรียน มะนาว กล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า เงาะ แบบปลอดสารเคมี เคยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเที่ยวชม “ สวนเต็มอิ่ม ” ชิมผลไม้สดๆ จากสวนมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา กินอิ่มไม่คิดเงิน จะคิดเงินเฉพาะที่ซื้อผลไม้กลับบ้านเท่านั้น การปลูกมีการสูบน้ำใช้จากลำห้วยที่อยู่ติดกับสวน โดยใช้ระบบน้ำด้วยสปริงเกลอร์ติดตั้งไว้ที่ใกล้โคนต้นเพื่อสร้างความชุ่มชื้นแก่ผลไม้ที่ปลูกแซมไว้อย่างทั่วถึงแทนการรดน้ำด้วยสายยาง ทำให้ผลไม้ที่ปลูกไว้อยู่ได้ไม่เหี่ยวแห้งเหมือนสวนอื่น ๆ

แต่มาพบปัญหาเรื่องสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ผลอ่อนของทุเรียนร่วงหล่นเสียหายจำนวนมาก นางยุพา มีมงคล เจ้าของสวนเต็มอิ่ม กล่าวว่า ปลูกทุเรียนอยู่ประมาณ 10 ไร่ กว่า 400 ต้น ปลูกแซมด้วยผลไม้อีกหลายชนิด ปีแรกได้ผลผลิตคิดเป็นเงินประมาณกว่า 3 แสนบาท และจะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ในปีถัดมาได้เงินกว่า 4 แสนบาท และ 5 แสนบาท มีเงินพอใช้หนี้หลังจากได้ไปกู้เงินมาซื้อที่ทำกิน แต่พอมาถึงปีที่แล้วคาดว่าจะได้เงินจากการขายทุเรียนประมาณ 6 แสนบาท กลับมาเจอเกิดวาตภัยพายุพัดถล่มสวนทุเรียนจนหักโค่นไปหลายต้น พอมาปีนี้กลับต้องมาเจอกับวิกฤตภัยแล้งซ้ำ จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ทุเรียนที่กำลังออกผลดอกร่วงหล่นมีผลผลิตลดลงเหลือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จากที่คาดการณ์ไว้ว่าปีนี้จะทำเงินได้ถึงแสน 6 แสนบาท ทุเรียนที่กำลังออกผลอ่อน ผลแก่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นเสียหายเป็นเงินกว่า 3 แสนบาท ส่งผลให้ทุเรียนหลายรุ่นออกดอก ออกผลไม่เป็นไปตามฤดูกาล
ส่วนสาเหตุจากสภาพอากาศร้อนจัดมีอุณหภูมิสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้ทุเรียนที่สวนได้รับผลกระทบหลายด้าน ทั้งต้นเหตุจากปีที่แล้วที่เกิดพายุพัดจนต้นทุเรียนได้รับความกระทบกระเทือนทำให้ผลผลิตออกมาชุดแรกจะไม่ค่อยติดผล พอออกดอกชุดที่ 2 เจออากาศร้อนจัดจึงติดผลน้อย ทุเรียนที่สวนออกหลายรุ่น เช่น รุ่นผลใหญ่แก่ใกล้จะเก็บเกี่ยวแล้ว คาดว่าอีกประมาณสิ้นเดือนนี้ก็จะเก็บผลผลิตได้ อีกรุ่นที่กำลังลูกเล็กใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือน และรุ่นที่กำลังออกดอกใช้เวลาอีกประมาณ 4 เดือน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ ทำให้ปีนี้ต้องเจอปัญหาซ้ำซ้อนจากทุเรียนที่กำลังออกผลทั้งผลเล็ก ผลกลาง และผลใหญ่ จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้ผลร่วงหล่นจนเกลื่อนอยู่ใต้โคนต้น บางผลที่หล่นมีน้ำหนักกว่า 1-2 กิโลกรัม ไม่รู้จะทำอย่างไร แม้จะคอยให้น้ำบริเวณโคนต้นเพื่อสร้างความชุ่มชื้น ลดอุณหภูมิความร้อนแล้วก็ตาม อีกทั้งยังมีสัตว์ประเภทกระรอก กระแต มากัดแทะกินเม็ดในเสียหายไปด้วย

นางยุพากล่าวอีกว่า จากปีที่แล้วที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชมชิมผลไม้จากสวนฟรีไม่เก็บค่าบริการ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเด็ดชิมผลไม้ เช่น เงาะโรงเรียน หรือ ทุเรียน และผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลได้จนอิ่มจากสวน และปลอดสารพิษ แต่หากนักท่องเที่ยวคนไหนสนใจจะซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน ทางสวนก็ยินดีขายให้ในราคาเป็นกันเอง เช่น ทุเรียนหมอนทอง กิโลกรัมละ 80 บาท ขณะที่อื่นขายกิโลกรัมละ 120 บาท สำหรับทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่สวนเต็มอิ่มจะมีเอกลักษณ์ คือ ไม่มีกลิ่น เมล็ดลีบ ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดทราบข่าวผ่านสื่อต่างๆ ได้เดินทางเข้ามาเที่ยวชิมผลไม้ที่สวนจำนวนมาก บางคนสั่งจองทางโทรศัพท์เพราะติดใจในรสชาติถึงกับแวะมาเที่ยวหลายครั้งและบอกว่าปีนี้จะมาเที่ยวอีก แต่ในขณะที่ปีนี้ปัญหาภัยแล้งรุนแรง จนเกิดผลกระทบกับการผลิต ทำให้ผลไม้ออกผลน้อยมากอย่างทุเรียน แต่ก็ยังมีผลไม้อื่นๆ อย่าง ขนุน กล้วย เงาะ พอให้ได้ชิมกันอยู่บ้าง

