จากกรณีข่าวเมียน้อยขับรถพุ่งชนเมียหลวงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังไปตามสามีที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งริมบึงหนองโคตร ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นั้น
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้ติดตามบรรยากาศที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พบว่า ชาวบ้านมีการจับกลุ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ภายหลังทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนในหมู่บ้าน ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบครอบครัวผู้ก่อเหตุที่ฝ่ายผู้เสียหายระบุว่า เป็นคนก่อเหตุชนแล้วหนี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง พบเพียงมารดาและญาติ 2 คน ที่มาถามข่าวด้วยความเป็นห่วง และเห็นอกเห็นใจตามประสาชาวบ้าน
มารดาของผู้ก่อเหตุระบุว่า จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นนั้น ตนเองแทบช็อก ไม่อยากจะเชื่อ และไม่เชื่อว่าลูกสาวจะทำรุนแรงขนาดนั้น หรือหากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เพียงเท่านี้ก็รู้สึกบอบช้ำจิตใจมากแล้ว ตอนนี้ทำได้เพียงให้กำลังใจลูกสาวทางโทรศัพท์ เพราะไม่ยอมกลับบ้าน ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เนื่องจากที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมบ้านอยู่แล้ว
“ครอบครัวตนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ มีลูกสาว 2 คน โดยน้องอายุ 25 ปี เป็นคนน้องสุดท้อง ส่วนลูกสาวคนโตแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของน้องตนไม่รู้อะไรมาก เพราะเรียนจบแล้วก็ไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม นานๆ ถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้าน ข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวตนรู้สึกบอบช้ำมาก ไม่อยากจะกล่าวถึง และขอความเป็นธรรมจากสื่องดแชร์ข่าวนี้ และภาวนาให้คู่กรณีได้รับความปลอดภัย” มารดาผู้ก่อเหตุกล่าว
จากการสอบถามชาวบ้าน ระบุว่า ไม่ทราบเรื่องราวส่วนตัวของน้องมากนัก รู้เพียงว่าเรียนจบแล้วก็ออกจากบ้านไปทำงาน เพิ่งจะได้ยินชื่อตอนเกิดเหตุ จึงวิพากษ์วิจารณ์กันตามกระแสข่าว เมื่อเกิดเรื่องทำนองนี้ก็รู้สึกเห็นใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ เพราะเชื่อว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกของตนทำผิดศีลธรรม และขับรถชนคนอื่นเกิดเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน


