เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ร.ต.อ. ชณัฐชัย วงศ์ศรีวิจิตร พนักงานสอบสวนเวร สภ.มะนัง จ.สตูล เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา นางพี (นามมุติ) อายุ 54 ปี ได้แบก น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวที่พิการทางร่างกายไม่สามารถเดินเองได้มาแจ้งความที่ สภ.มะนัง โดยแจ้งว่า ระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่า นาย จำเนียร ดำจำนงค์ อายุ 64 ปี ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา และกระทำอนาจารขู่เข็ญ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดย น.ส.บี(นามสมมุติ) อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อว่านาย จำเนียร เป็นผู้กระทำความผิดในคดีนี้ พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำหมายจับ ศาลจังหวัดสตูลอนุมัติหมายจับที่ จส. 202/2561 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2561 จับกุมตัว นายจำเนียรภายในบ้าน ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ” นำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุ อ.มะนัง จ.สตูล พบนางพีพร้อมลูกสาว(นางบี) นั่งอยู่บริเวณบ้านพร้อมเพื่อนบ้าน โอกาสนี้นางพี ได้พาไปดูสภาพภายในบ้าน พร้อมกล่าวว่าทราบข่าวจากลูกสาวว่าถูกนายจำเนียร เป็นพ่อเลี้ยงขืนใจมาหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนแม่ไม่อยู่บ้าน จึงสอบถามและสังเกตการณ์จนเชื่อได้ว่า ลูกสาวซึ่งพิการเดินไม่ได้ ถูกขืนใจจริง จึงตัดสินใจโทรแจ้งทางญาตินางจำเนียรให้มารับทราบ แต่นายจำเนียรปฏิเสธไม่รับอะไรสักอย่าง ก่อนที่นายจำเนียร จะเก็บเสื้อผ้ากลับไป และตนได้ประสานกับทางผู้ใหญ่บ้านเดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะไม่ยอมให้ประกันตัวเด็ดขาด
“นาทีที่ทราบข่าวรู้สึกช็อกไปเลย เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับลูก ไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงจะเป็นแบบนี้ คิดเพียงว่ามีสามีจะได้ช่วยกันทำมาหากิน ไม่คิดว่าจะพลิกกลายเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาก็สังเกตพฤติกรรมมาตลอดแต่จับไม่ได้ กระทั้งหมอตรวจร่างกายลูก ถึงได้รู้ชัดเจน โอกาสนี้จึงอยากฝากถึงผู้ปกครองที่มีลูกสาว อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด เพราะคนเรารู้ได้แค่หน้าตาแต่ไม่รู้ใจเขา อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เลยเพราะมันเจ็บปวดมากที่สุด นี่ถือเป็นบทเรียนจากการไว้ใจคน”นางพีกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 31 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำผู้ต้องหาไปฝากขังยังศาลจังหวัดสตูล



