กรณีเกิดเหตุการณ์เด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ถูกรุ่นพี่ชั้น ป.3 โรงเรียนเดียวกันกระทำชำเราในห้องน้ำของโรงเรียน ในวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรก โดยผู้ปกครองของเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ไปแจ้งความที่ สภ.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ แล้วนั้น
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สุรินทร์ เขต 3 รายงานว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ตนจึงได้กำชับด้วยว่าการดำเนินการใดๆ ขอให้คำนึงถึงเด็กเป็นสำคัญ ต้องปกป้องเด็กและอยู่ในขอบข่ายที่เหมาะสม ระมัดระวังไม่ให้ละเมิดสิทธิเด็ก โดยหลักการทำงานเรื่องนี้ต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัดสุรินทร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นทำให้ สพฐ.และโรงเรียนต้องหันมาทบทวนมาตรการต่างๆ ต้องคาดการณ์เหตุการณ์ให้เปลี่ยนไปจากสมมุติฐานเดิม เพราะด้วยโลกที่เปลี่ยนไปมีสื่อเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น ก็ต้องเรียนรู้และเตรียมการวางแผนรับมือ
นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน สพฐ.กำลังทบทวนเรื่องการออกแบบอาคารต่างๆ ของโรงเรียนที่ต้องเน้นให้เอื้อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษา โดยเฉพาะคำนึงถึงความปลอดภัยสำหรับเด็ก สอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเด็ก ซึ่งตนได้ตั้งคณะทำงาน 1 ชุดประกอบไปด้วยวิศวกรทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ที่จะมาช่วยกันศึกษารายละเอียดปัญหาและข้อเสนอแนะที่เหมาะสมในการปรับปรุงรูปแบบอาคารเรียน อาคารประกอบต่างๆ ภายในโรงเรียนให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
“ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน บางจุดเป็นมุมอับกลายเป็นภัยเงียบที่เราคาดไม่ถึง และที่ผ่านมาได้มีการเสนอแนวทางเชิงนโยบายว่าถึงเวลาแล้วที่ สพฐ.จะต้องทบทวนการออกแบบสิ่งก่อสร้างโรงเรียนใหม่ ตรงนี้ผมก็ได้นำมาทบทวนจะดูทั้งหมดทั้งรูปแบบอาคารต่างๆ ที่เรามีแบบอยู่แล้ว ดูถึงสถานที่ก่อสร้างซึ่งโรงเรียนบางแห่งอยู่พื้นที่สูง อยู่พื้นที่เกาะ ที่ผ่านมาจะมีค่าขนย้ายวัสดุเพื่อนำไปใช้ก่อสร้างค่อนข้างสูง แต่เดี๋ยวนี้วัสดุต่างๆ มีการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีใหม่ ก็จะมาดูว่าแบบไหนที่เหมาะสม มีคุณภาพ และสะดวกในการขนย้าย ก็ปรับแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ เราต้องกล้าเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการผัง อาคารทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับเด็กได้ เช่นต่อไป เด็กปฐมวัย อาจจะมีห้องน้ำในห้องเรียน ไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเข้าห้องน้ำตามลำพัง” นายบุญรักษ์กล่าว และว่า เมื่อ สพฐ.เขียนแบบเสร็จแล้ว วิศวกรและทุกอย่างเห็นด้วยแล้ว และไม่เป็นการไปเอื้อประโยชน์ให้ใครแล้ว สพฐ.ก็จะต้องทำราคา ทำรายการให้สำนักงบฯเห็นชอบก่อน ซึ่งกระบวนการตรงนี้ใช้เวลาเป็นปีๆ แต่ถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ ไม่ว่าจะปีหน้าหรืออีก 2 ปี ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเราเริ่มต้นวันนี้ อีก1-2 ปีมีการเปลี่ยนแปลงก็ยังดีกว่า

