หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบัวใหญ่หลั...

ชาวบัวใหญ่หลั่งน้ำตา เดือดร้อนหนัก ฝากกองทุนหมู่บ้าน 6 แสนหายเกลี้ยง โร่แจ้งความ

2.11.18 | 15:02 น.

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน มีชาวบ้านกว่า 50 คนเป็นสมาชิกกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านคูขาด ตำบลหนองบัวสะอาด อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ โดยระบุว่าถูกประธานกองทุนหมู่บ้านกับพวก ยักยอกทรัพย์เงินกองทุนไปกว่า 600,000 บาท

นายเวสสันดร กัปโก ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านคูขาด เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ.2540 ชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 400 ราย ได้สมัครเป็นสมาชิกของกองทุนและเริ่มฝากเงินเข้าในกองทุนดังกล่าวเป็นครั้งแรก ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ฝากเงินเข้าเป็นประจำ แต่เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่อำเภอบัวใหญ่ ได้ประสบกับปัญหาภัยแล้ง ทำให้พืชผลทางการเกษตรไม่สามารถขายได้ สมาชิกกองทุนหลายคนจึงได้ขอถอนเงินจากกองทุนดังกล่าว เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และใช้หนี้ที่กู้ยืมมาทำการเกษตร แต่ทางคณะกรรมการไม่สามารถนำเงินให้ถอนได้ และพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะให้คำตอบถึงสาเหตุที่ไม่ยอมให้ถอนเงิน จึงต้องรวมตัวกันขอตรวจสอบบัญชีเงินฝากของกองทุนดังกล่าวปรากฏว่ายอดเงินเหลือเพียงแค่ 12,000 บาท ซึ่งมียอดเงินที่หายไปจำนวนกว่า 619,695 บาท จึงได้มีการสอบถามไปทางคณะบริหารกองทุนฯ แต่ก็ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานมาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวอยู่ที่ไหน เมื่อแจ้งไปที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบัวใหญ่ ก็ได้เรียกคณะกรรมการบริหารกองทุนฯมาเจรจาหาข้อสรุปร่วมกัน แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงได้มีการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประธานและคณะกรรมการบริหารกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านคูขาดในครั้งนี้


จากการสอบถามนางสาววิภาวี จันทะวงษ์ หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับกระทบจากกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านคูขาด เปิดเผยว่า ชาวบ้านหลายรายเดือดร้อนจากการที่เงินในกองทุนฯได้สูญหายไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่ได้ประสบกับปัญหาภัยแล้งก็หวังว่าจะขอถอนเงินที่ได้นำมาฝากเข้ากองทุนเพื่อใช้สำหรับการดำเนินชีวิตและเป็นทุนสำหรับทำนาในปีถัดไป แต่ปรากฏว่าไม่มีเงินคืนมาให้ชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่บางรายถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา เนื่องจากไม่มีเงินให้หลานไปโรงเรียนแล้ว เบื้องต้นตำรวจจะเรียกประธานกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านคูขาด และคณะกรรมการบริหาร มาสอบสวนข้อเท็จจริงตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป