บุกเดี่ยวใช้เครื่องเชื่อมแก๊สตัดประตูเอทีเอ็ม แต่เหลว หนีลอยนวล ตร.เปิดวงจรปิดตามจับ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ต.ต.นพนันท์ เลื่องเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งจากนางนิภาวรรณ ทองนวล ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขา อ.สามชุก ว่ามีคนร้ายใช้เครื่องเชื่อมแก๊สตัดประตูด้านหลังของตู้เอทีเอ็มของธนาคาร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบัติ อ่อนสมบูรณ์ ผกก.สภ.สามชุก ชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่วิทยาการ ภ.จว.สุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุซึ่งมีตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินตั้งอยู่ บริเวณทางเข้าธนาคาร 3 ตู้ พบว่าที่ประตูด้านหลังมีรอยคนร้ายใช้เครื่องเชื่อมแก๊สตัดประตูด้านล่างแถบซ้าย เป็นรูปสีเหลี่ยม แต่คนร้ายไม่สามารถงัดเข้าไปด้านในได้ จึงได้ล้มเลิกและหนีไป นอกจากนี้ยังพบว่ากล้องวงจรปิดที่ส่องมาด้านหลังของตู้เอทีเอ็ม คนร้ายได้ใช้ไม้งัดขึ้นชี้ฟ้าจนมองไม่เห็นขณะคนร้ายทำการใช้เครื่องเชื่อมตัดแก๊สตัดประตู และพบว่าสายไฟกล้องวงจรปิดและสายไฟที่เชื่อมต่อระบบกดเงินของตู้ได้ถูกคนร้ายตัดขาดด้วย

นางนิภาวรรณ ทองนวล ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขา อ.สามชุก กล่าวว่าจากการตรวจสอบที่กล้องวงจรปิดของธนาคารทราบว่าเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 2 พ.ย. คนร้ายขับรถเก๋งสีดำไม่ทราบทะเบียนและยี่ห้อ มาจอดด้านในธนาคารข้างตู้เอทีเอ็ม โดยจอดอยู่นานประมาณ 2-3 นาที เพื่อดูลาดเลา จากนั้นคนร้ายลักษณะผอมสูง ออกมาจากรถเก๋งโดยสวมหมวกกันน๊อกปิดบังใบหน้า ใช้ไม้ดันกล้องขึ้นชี้ฟ้าทำให้ไม่เห็นในช่วงที่คนร้ายทำการใช้แก๊สตัดประตู แต่ทราบว่าคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุใช้เครื่องเชื่อมแก๊สตัดประตูอยู่นานประมาณ 45 นาที เมื่อตัดจนเป็นรูปสี่เหลี่ยมแล้วพยายามจะงัดเข้าไปด้านใน แต่ไม่สามารถเข้าไปได้จึงยกเลิกความตั้งใจและขับรถออกไปทันที

นางนิภาวรรณกล่าวต่อว่า ปกติจะมีสัญญาณนิรภัยเตือน แต่คนร้ายได้ตัดสายไฟออกทำให้สัญญาณไม่ดัง เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาก่อนลงมือ เพราะมีการยกกล้องขึ้นก่อนที่จะตัดสายไฟ เพราะจะเห็นครั้งสุดท้ายตรงนั้น อย่างไรก็ตามถ้าคนร้ายเปิดตูด้านหลังเข้าไปด้านในได้ ก็เชื่อว่าจะไม่สามารถเอาเงินออกได้ เนื่องจากมีกล่องที่มั่นคงแข็งแรง และระบบรักษาความปลอดภัยภายในนั้นอยากที่คนร้ายจะเอาเงินไปได้ ส่วนที่คนร้ายใช้เครื่องเชื่อมแก๊สตัดเป็นแค่ประตูบูธข้างนอกเท่านั้น จากการดูกล้องพบว่าคนร้ายขับรถเก๋งมาคนเดียว แต่มองไม่เห็นยี่ห้อและทะเบียน อย่างไรก็ตามมีเงินในตู้เอทีเอ็มประมาณ 1 ล้านเศษ เบื้องต้นทางธนาคารได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ นางนิภาวรรณ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่าได้เรียกชุดสืบสวนของ สภ.สามชุก และ ภ.จว.สุพรรณบุรี ประชุมวางแผนในการติดตามคนร้าย เบื้องต้นดูจากกล้องวงปิดนั้นเห็นภาพคนร้ายไม่ชัด ต้องใช้วิธีไล่กล้องตามจุดต่างๆในช่วงเวลาที่ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะจับกุมคนร้ายได้ไม่ยาก เพราะกล้องวงจรปิดมีทุกจุด นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลจากทางธนาคารฯว่าสงสัยกลุ่มผู้รับเหมารายหนึ่งที่มาทำงานรับเหมางานบางอย่างให้ธนาคาร ซึ่งมีจำนวน 18 คน จะได้เรียกตัวมาสอบสวนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘นิ้ง-โศภิดา’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ แซ่บในชุดว่ายน้ำวันพีชสีดำ เซ็กซี่น่าค้นหา
บทความถัดไปอลังการ! ฉลอง ‘วัดโพธิ์’ 230 ปี 10 วัน 10 คืน มหรสพสุดปัง เสวนา-ออกร้านพรึ่บ (คลิป)