เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน กรณีนายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ที่บ้านหนองเม็ก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ มีคนลักลอบตัดไม้ประดู่ในที่ ส.ป.ก. (ที่สาธารณประโยชน์) ซึ่งผิดกฎหมายประเภท ก. จึงร่วมกับทหาร ตำรวจ และป่าไม้ นำกำลังเข้าจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้นั้น อ่านข่าว
ในการนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า 1.การทำไม้ที่ขึ้นอยู่ในเขต ส.ป.ก.ต้องพิจารณาว่าไม้นั้นเป็นไม้หวงห้ามหรือไม่ โดยพิจารณาตามบัญชีแนบท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 ประกอบคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 31/2559 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ หากเป็นการทำไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ที่ขึ้นอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้พิจารณาอนุญาต ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ประกอบกับกฎกระทรวงฉบับที่ 24 (พ.ศ.2518) ว่าด้วยการทำไม้หวงห้าม ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงไม้ประดู่ถูกกำหนดเป็นไม้หวงห้าม ประเภท ก. ดังนั้น การทำไม้ดังกล่าวในเขตปฏิรูปที่ดิน ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ป.ก. และต้องได้รับอนุญาตทำไม้จากกรมป่าไม้ก่อนจึงสามารถทำได้
2.จากข้อเท็จจริง กรณีการจับกุมนั้นเป็นการจับกุมไม้แปรรูปที่ซื้อมาจากที่อื่น และได้นำไม้นั้นมาพักไว้ในแปลงที่ดิน ซึ่งมีชื่อนางวันเพ็ญ ศาสตราชัย เป็นผู้มีสิทธิ์ในที่ดิน ส.ป.ก. นอกจากนั้นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวเป็นบุตรเขยของนางวันเพ็ญ ดังนั้น การดำเนินคดีบุตรเขยของนางวันเพ็ญ ซึ่งมิใช่ผู้ได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก.เป็นไปตามกระบนการยุติธรรม ไม่มีผลเป็นการกระทำผิดต่อระเบียบส.ป.ก.แต่อย่างใด

