เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายวีระชัย นาคมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยหลังจากเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมในเรื่อง มาตรการด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จากนั้นเปิดเผยว่า ได้มีการใช้งบประมาณจำนวนลายร้อยล้านบาท ปรับปรุงโครงสร้างและผิวการจราจร ถนนสายบ่อโพง-ท่าเรือ ด้วยการเพิ่มพื้นที่ ยกระดับ และปรับเปลี่ยนผิวถนน จากลาดยางเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างหนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของถนน ด้วยพื้นที่ฝั่งซ้ายของถนนเป็นท่าเรือสินค้า และฝั่งขวาเป็นโกดังสินค้าและชุมชนจึงทำให้มีการใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก โดยเฉพาะรถบรรทุกหนัก ซึ่งการก่อสร้างก้าวหน้าไปตามแผนที่กำหนดไว้ ถึงปัจจุบันมีเนื้องานกว่า 80% แล้ว แต่ถนนในช่วงแรกจากแยกบ่อโพง หรือแยกจากถนนสายเอเชีย เข้าไปถึงสี่แยกโคกมะลิ อยู่ในเขตอำเภอนครหลวง ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ชุมชนและผู้ประกอบการเสนอว่า หากมีการปรับปรุงถนนแล้วเสร็จ ขอให้ยกแท่งปูนแบริเออร์ที่อยู่ฝั่งขวาของถนน ติดลำคลองชลประทานตลอดสายออกทั้งหมด
ทั้งนี้ นายธันวิน สวัสดิศานต์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอยุธยา เปิดเผยว่า แท่งเบอร์ริเออร์ดังกล่าว เดิมใช้เป็นแนวพนังกั้นน้ำ ตามนโยบายของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. หรือเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมบนถนน ตั้งแต่ปี 2555 และใช้เป็นราวกันรถตกถนน เนื่องจากคลองชลประทานบริเวณดังกล่าวมีความสูงกว่า 3 เมตร แต่ตลอดเวลาในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ประชาชนขอให้ยกเลิก เพราะว่ามีอุบัติเหตุชนแท่งปูนนี้ มากกว่า 100 ครั้ง ซึ่งกรมทางหลวงเห็นชอบ โดยหากถนนปรับปรุงเสร็จแล้ว จะไม่มีแท่งปูนนี้อีกต่อไป แต่จะมีการทำเป็นการ์ดเลนหรือราวเหล็กลูกฟูกแทน ซึ่งต้องใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ส่วนการป้องกันน้ำท่วมยังทำได้เพราะมีการยกผิวถนนสูงขึ้นมาแล้ว



