กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 8 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพร จับกุม นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี 1 ใน 3 คนร้าย ที่ก่อเหตุฆ่า นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และนายชาณี ทองหญีต แล้วนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง บ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม โดยจับกุมได้ที่สวนปาล์มแห่งหนึ่ง ใน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ก่อนคดีหมดอายุความเพียง 1 เดือน โดยการจับกุมมี ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ( กก.ปพ.บก.สส.ภ.8) ลูกชายนายประสิทธิ์ แซ่อื้อ 1 ใน 2 ผู้เสียชีวิตเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ เปิดเผยว่าจากที่มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้นบางส่วนไม่ถูกต้อง ตนเองเข้ามาเป็นตำรวจด้วยความชอบและเป็นสิ่งที่พ่อต้องการให้เป็น ไม่ใช่ตั้งใจเข้ามาเพื่อทำคดีนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากที่บรรจุเข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ตั้งปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาทั้งหมด ในส่วนคดีนี้ตั้งแต่ที่ทราบว่าพ่อถูกฆ่าตาย ตนคิดว่าคนร้ายถูกจับหมดแล้ว และมาทราบอีกทีเมื่อคนละแวกบ้านมาบอกว่า หนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อกลับมาที่บ้าน ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ประกอบกับที่นโยบายของส่วนงานที่รับผิดชอบเป็นการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีค้างเก่า โดยเฉพาะในรายที่คดีที่ใกล้หมดอายุความ เมื่อเห็นว่าคดีนี้เป็นบุคคลที่มีหมายจับ จึงประสานงานกับกองปราบปรามและชุดสืบสวนในพื้นที่ตามขั้นตอน และร่วมติดตามจับกุมตัวดังกล่าว
“หากถามว่าใช่คนที่ฆ่าพ่อหรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบชัดแต่ทำตามหมายจับ จะต้องต่อสู้กันตามกระบวนการ หากกระทำจริงก็ต้องรับโทษตามกฏหมาย แต่หากไม่ได้กระทำต้องให้ความเป็นธรรม ส่วนตัวมีความภาคภูมิใจในอาชีพตำรวจ ซึ่งจะตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด”ส.ต.ส.อัษฎาวุฒิกล่าว
พล.ต.ต.ชินรัตน์ ฤทธาคณานนท์ ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่าการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวนั้นเป็นการจับตามคดีค้างเก่าตามปกติในพื้นที่ความรับผิดชอบ ในพื้นที่ภาค 8 ทั้งหมด โดยมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับโดยเฉพาะ ซึ่งทุกกองกำกับจะมีการเร่งรัดในการดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสืบสวนจับกุม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่สงกรานต์ งานเดือนสิบ เป็นต้น โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ทำการสืบสวนติดตามคนร้ายที่มีหมายจับคดีค้างเก่า โดยไม่ได้เป็นการเจาะจงจับกุมแต่อย่างใด


