วันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ชาวบ้าน ม.4 บ้านลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ร้องเรียนและนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบการตัดไม้ในเขตทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์บ้านทุ่งส้อง อ.ท้ายเหมือง ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและปราบปรามการควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ สั่งนายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามภาคใต้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์บ้านทุ่งส้อง ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หลังจากสื่อมวลชนเสนอข่าวนายทุนอิทธิพลบุกรุกฮุบทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์กว่า 1,000 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้มีข้อมูลระบุว่ายังคงมีการลักลอบตัดไม้ในทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ไปขายอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากมีข้าราชการระดับสูงใน จ.พังงา หนุนหลัง เอื้อประโยชน์และหาทางช่วยเหลือออกเอกสารสิทธิให้กลุ่มนายทุนที่บุกรุกอยู่อย่างเงียบๆ
จากการตรวจสอบ พบว่ายังมีการตัดไม้กฐินเทพาอยู่ ในพื้นที่พบแรงงานต่างชาติชาวพม่า 3 คน พร้อมเครื่องเลื่อย และรถแทรกเตอร์เล็ก เตรียมเคลื่อนย้ายไม้ที่ตัดเป็นท่อนไว้แล้ว โดยแรงงานต่างชาติทั้ง 3 คน ระบุว่ามีการขนย้ายไม้กฐินเทพาซึ่งตัดเป็นท่อนนำไปส่งโรงงานไม้แปรรูป แห่งหนึ่งใน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งเป็นคนสนิทของข้าราชการระดับสูงใน จ.พังงา คนหนึ่ง และเป็นคนเดียวกับออกคำสั่งห้ามไม่ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยมีการนำเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินจากจุดอื่น มาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐรับรองให้ตัดและแปรรูปไม้ได้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดต่อข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ปิดโทรศัพท์มือถือ ปิดบ้านพัก จึงได้ประสาน กอ.รมน. แจ้งผู้เกี่ยวข้องให้เข้ามาร่วมตรวจสอบพื้นที่ ก่อนที่นายประพันธ์ เช้าฉ้อง รองนายก อบต.ลำภี และนายกฤษฎา สุตนพัฒน์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ พง 2 ท้ายเหมือง จะเดินทางเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วยความจำใจ เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ 1 ใน 8 คน ที่ออกเอกสารรับรองให้กลุ่มนายทุนใช้แอบอ้างเข้าไปตัดไม้กฐินเทพาในทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์บ้านทุ่งส้องเสียหายกว่า 1,500 ไร่
นายกฤษฎา สุตนพัฒน์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ พง 2 ท้ายเหมือง เปิดเผยว่า ตนเองไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว และแจ้งความดำเนินคดี กับนายทุนกลุ่มนี้ เพราะพื้นที่ดังกล่าวนี้ไม่ใช่ป่าไม้ อีกอย่างหนึ่งแม้แต่นายอำเภอท้ายเหมืองเองก็ไม่กล้าเข้ามาตรวจสอบ และดำเนินคดีกับใครในพื้นที่นี้ได้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนที่บุกรุกเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าในทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ได้ เนื่องจากไม่มีบุคคลใดยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ แต่มีการแอบอ้างเอกสารบันทึกการตรวจสอบของหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พง 2 ระบุว่าเป็นพื้นที่ครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้แค่ส่งคนงาน และเครื่องเลื่อยเปรียบเทียบปรับที่ สภ.ท้ายเหมือง ในข้อหาไม่นำทะเบียนเครื่องเลื่อยยนต์ ติดตัวมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ขณะทำการเลื่อยไม้

