หน้าแรก ภูมิภาค ชลประทานโคราช...

ชลประทานโคราชเผย ถึงมีพายุฤดูร้อนกลับไม่ได้เพิ่มน้ำให้ทุกเขื่อน เพราะฝนไปตกท้ายเขื่อน

30.04.16 | 13:00 น.

วันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ภายหลังจากในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ส่งผลให้ในหลายพื้นที่นั้นมีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เป็นผลดีต่อการเพิ่มปริมาณน้ำในแต่ละเขื่อน เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่เหนือเขื่อนนั้นไม่สมารถที่จะเป็นน้ำท่าและไหลเข้าเขื่อนได้เพราะสภาพพื้นดินที่แห้งแล้งไม่มีความอุ้มน้ำอยู่ในตัวจึงทำให้เมื่อฝนตกลงมาผืนดินจึงดูดวับน้ำไปหมด อีกทั้งปริมาณฝนส่วนใหญ่จะตกอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อน ทำให้มีปริมารน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นลูกบาศก์เมตร

ดังนั้นจึงทำให้ทางชลประทานต้องประสานให้ทุกเขื่อนนั้นมีการลดปริมาณการจ่ายน้ำต้นทุนออกจากเขื่อน เนื่องจากในพื้นที่ท้ายเขื่อนนั้นยังคงมีปริมาณฝนที่ตกลงมาตามแหล่งน้ำต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีความสมดุลกับปริมาณน้ำต้นทุนภายในเขื่อน เช่นที่ เขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำใช้การเหลืออยู่ที่ 56.430 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น  17.94 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนอยู่ที่ 4 หมื่นลูกบาศก์เมตร ขณะที่ทางเขื่อนลำตะคองได้มีการลดปริมาณการจัดส่งน้ำออกจากเขื่อนจากเดิม วันละ 430,000 ลูกบาศก์เมตร เหลือเพียงวันละ 250,000 ลูกบาศก์เมตร

“ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 256.30 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 23.15 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณฝนตกสะสม 64.4 มิลิเมตร คิดเป็น 5.90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเทียบกับวันเดียวกันของปีที่ผ่านมา(30เม.ย.2558) มีปริมาณน้ำใช้การที่น้อยกว่าถึง 101.19 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำกักเก็บทั้งสิ้น 1,167.75 ล้านลูกบาศก์เมตร” นายชิตชนก กล่าว