วิ่งฉาวป่วน! เชิญตัว อ.ตุ๊ก ให้ปากคำแล้ว อดีตเหรัญญิกแฉมียอดเงินหมุน 8.2 ล้านบาท

วิ่งขาดน้ำป่วน ชาวบ้านรุมแจ้งเอาผิดผู้จัด เผยยอดเงินจริงอย่างน้อย 8.2 ล้านบาท แฉทีมงานจัดวิ่งใช้จ่ายฟุ่มเฟือยผิดสังเกต

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ภายหลังจากนายวินัย พ้นภัยพาล กำนันตำบลเสม็ด ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เสม็ด เพื่อเอาผิดกับผู้จัดงาน วิ่ง Charity Chonburi Marathon 2018 and Charity Concert for BUH จึงได้เดินทางไปที่หมู่บ้านริมทะเล เลขที่ 167/96 หมู่ 2 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อเกลี้ยกล่อมอาจารย์ตุ๊ก หรือนายโชคชัย ก่อการรวด อายุ 48 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ แต่มาอาศัยอยู่หมู่บ้านริมทะเล เนื่องจากปิดบ้านไม่ยอมออกมาพบกับตำรวจ และทหารที่ล้อมบ้านพัก ในที่สุดตำรวจจึงได้เข้าไปเชิญตัวนายโชคชัยและนำตัวไป สภ.เสม็ด เพื่อดำเนินการสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้ทยอยแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่จัดงานรวมทั้งสิ้น 13 คน คาดว่าตำรวจจะตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ต่อมา น.ส.ชลธิชา โสภา อายุ 22 ปี ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับรายชื่อนักวิ่งทั้งหมดได้เดินทางมาที่ สภ.เสม็ด พร้อมทั้งกล่าวว่า ตนทำงานมานานกว่า 8 เดือน เกี่ยวกับการรวบรวมรายชื่อนักวิ่งทั้งหมด ซึ่งทางผู้จัดวิ่งยังเป็นหนี้ตนประมาณ 1 แสนบาท รวมทั้งยังมีเพื่อนๆ ได้รับความเสียหายเหมือนกันที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้าง และจะเดินทางมาแจ้งความด้วยเช่นกัน


น.ส.จารึก สุขปรอด อดีตเหรัญญิกชมรมเดินวิ่งสวนหลวง ร.9 ชลบุรี กล่าวว่า ได้รับการประสานงานมาให้ช่วยเหลือในการวิ่งครั้งนี้ พร้อมทั้งให้เปิดบัญชี พร้อมเอทีเอ็ม โดยทางผู้จัดการวิ่งอ้างว่าเพื่อความสะดวกในการเบิกจ่ายเงิน การที่ช่วยเหลือในครั้งนี้เพราะอยากทำบุญซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา จนกระทั่งพบว่ามีสิ่งปกติเกิดขึ้น เนื่องจากทีมงานจัดวิ่งในครั้งนี้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย ไม่เกี่ยวกับการจัดวิ่ง จึงได้แจ้งให้ทางผู้ใหญ่ในหน่วยราชการและตำรวจทราบ หลังจากนั้นจึงได้ลาออกจากเหรัญญิก ต่อมาพบว่าไม่มีความชอบมาพากลอีก จึงได้ขอตรวจสอบสเตทเมนท์กับทางธนาคารดูพบว่ามีเงินเคลื่อนไหวช่วงที่ตรวจสอบมีทั้งหมด 8.2 ล้านบาท การเดินทางมา สภ.เสม็ดครั้งนี้ตนพร้อมที่จะแจ้งข้อหากับผู้จัดงาน เนื่องจากมีเอกสารหลายอย่างที่ยังอยู่กับตนเอง

พ.ต.อ.ศักดิ์ระพี เพียวพานิช รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า เกี่ยวกับคดีนี้ยังไม่ได้ตั้งข้อหาใคร แต่ตัวของนายโชคชัยตำรวจได้ทำเชิญตัวมาสอบสวน หากพบกระทำความผิดจะตั้งข้อหาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนตัวของนายกิตติภัทร ชลศรานนท์ ประธานชมรมเดินวิ่งสวนหลวง ร.9 จะดำเนินการสอบสวนด้วยเช่นกัน หากรู้เห็นเป็นใจก็ต้องดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกระทำความผิด หากไม่รู้เห็นในการกระทำความผิดครั้งนี้ก็จะกันตัวเป็นพยาน ส่วนการดำเนินคดีกับนายโชคชัยขอเวลาตำรวจสอบสวนก่อน