เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รักษาราชการ ผบช.ภาค 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำรวจภูธรภาค 3 (ศปทส.ภาค 3) กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ร่วมแถลงผลการจับกุมนายอิทธิกร หรือเจี๊ยบ เนาว์ประโคน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 3 ต.หนองบอน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นายปฏิภาณ หรือเหมี่ยว ปาเส อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183 หมู่ 11 ต.หนองบอน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นายชิด เนาว์ประโคน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 11 ต.หนองบอน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นายณัฐวัตร (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177 หมู่ 6 ต.โคกมะขาม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นายรวน โปรดประโคน อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/2 หมู่ 6 ต.โคกมะขาม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นายไพศาล เนาว์ประโคน อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 3 ต.หนองบอน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และนายบุญนำ ไกรสุข อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู่ 1 ต.หนองบอน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้พะยูง พร้อมของกลางไม้พะยูง 82 ท่อน มูลค่าประมาณ 393,428 บาท รถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ 1 คัน เลื่อยไฟฟ้า 4 เครื่อง เลื่อยมือ 1 ปื้น แผ่นบังคับโซ่ 4 แผ่น โซ่เลื่อยยนต์ 48 เส้น สายไฟฟ้า 1 เส้น เชือก 2 ม้วน เครื่องปั่นไฟฟ้า 5 เครื่อง สว่านไฟฟ้า 4 เครื่อง เครื่องตัดเหล็ก 2 เครื่อง เครื่องเป่าลม 1 เครื่อง เลื่อยวงเดือน 1 เครื่อง ขวาน 2 เล่ม มีด 2 ด้าม ทะเบียนรถยนต์ 3 แผ่น เหล็กชะแลง 1 อัน โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง อาวุธปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 5 นัด สมุดบัญชีธนาคาร 9 เล่ม
พล.ต.ท.พูลทรัพย์เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 รับผิดชอบดูแลพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งให้ความสำคัญทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการลักลอบตัดไม้พะยูงในผืนป่าสงวนและสถานที่สาธารณะ ซึ่งมีสื่อมวลชนระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จึงกำชับให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 กองบังคับการตำรวจภูธรพื้นที่ 8 จังหวัด สถานีตำรวจในพื้นที่เป้าหมายลงพื้นที่หาข้อมูลทางลับ สืบสวนขยายผลจับกุมนายทุน ผู้ร่วมขบวนการ และนำไปสู่การยึดทรัพย์
“ล่าสุด ตำรวจภูธรภาค 3 ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และ สภ.ประโคนชัยสืบทราบมีขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงตามโรงเรียน วัด และสถานที่ส่วนบุคคลในเวลากลางคืน ในเขตพื้นที่ จ.บุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีนายดารือดำ สัญชาติ สปป.ลาว อายุ 30-35 ปี สูงประมาณ 180 ซม. ผิวเหลือง ผมรองทรงสั้นและพูดภาษาลาว เป็นนายทุนติดต่อซื้อไม้พะยูงผ่านนายอิทธิกร ที่เป็นหัวหน้าทีม ทำหน้าที่ขับรถยนต์ตระเวนดูไม้พะยูงตามสถานที่ต่างๆ หากพบไม้พะยูงที่มีขนาดต้องการจะใช้สมาร์ทโฟนบันทึกภาพ ส่งให้นายทุนดูพร้อมวางแผนเส้นทางเข้าไปพื้นที่เป้าหมาย เพื่อส่งงานให้ขบวนการใช้รถกระบะ 6 คัน สับเปลี่ยนเป็นยานพาหนะนำคนและเครื่องมือเข้าไปลักลอบตัดในเวลากลางคืน ส่วนนายอิทธิกรจะขับรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีดำ ยกสูงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าไปลำเลียงไม้พะยูงก่อนนำไปซุกซ่อนที่บ้านนายเพิ่ม ที่บ้านห้วยปอ ต.หนองบัว อ.ประโคนชัย
เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนพร้อมขออนุมัติศาลจังหวัดบุรีรัมย์ อนุมัติหมายค้นเป้าหมายจนสามารถจับกุมนายอิทธิพร พร้อมพวกรวมทั้งสิ้น 7 คน และตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ร่วมกันมีไม้หวงห้ามประเภทไม้พะยูงไว้ในการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน จากการขยายผลพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงผู้ร่วมกระทำผิดทั้งหมด 22 คน ขณะนี้จับกุมได้ 7 คน หลบหนี 15 คนอยู่ระหว่างขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์” พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าว และว่า
กรณีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่อยู่นอกพื้นที่ซึ่งเป็นญาติผู้กระทำผิด ขณะนี้กำลังตรวจสอบความเกี่ยวข้องและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หากมีส่วนเกี่ยวข้องชัดเจนต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ขอยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 3 เข้าไปเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดดำเนินแผนอย่างเข้มข้น พร้อมใช้เครือข่ายชาวบ้านในพื้นที่บูรณาการ รวมทั้งแจ้งเบาะแสต้องสงสัย หากพบพื้นที่มีไม้พะยูงต้องทำบัญชีระบุตำแหน่ง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง พร้อมประสานงานร่วมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงไม้พะยูงตามเส้นทางต่างๆ สู่ประเทศเพื่อนบ้าน

