เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 จากกรณีน.ส.นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ บุตรของสาวผู้ที่เคยถูกนางธนิตา จันทร์อิ่ม และ น.ส.กัญจ์หทัย สุกใส หลอกให้ทำข้าวกล่องส่ง แต่ถูกสั่งยกเลิกในภายหลังโดยอ้างว่าข้าวที่สั่งไม่ได้มาตรฐาน ทำให้พ่อตนเสียค่าสัญญาไป 4 แสน เสียค่าปรับไป 7 แสนบาทรวมทั้งยังต้องสั่งซื้อกล่องข้าวและอุปกรณ์ทำข้าวกล่องผ่านทั้ง 2 คนรวมเป็นเงินทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาทเหตุเกิดเมื่อปี 2560 ทำให้พ่อเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิต
ล่าสุด น.ส.นภัสวรรณ เดินทางมา ที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผู้กำกับ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินการในข้อกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับ 2 สาวที่หลอกให้ทำข้าวกล่อง ซึ่งตามสัญญาดูแล้ว เสียเปรียบและบีบรัดผู้เสียหายทั้งหมด และสามารถนำทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้ง 2 มาชดใช้ได้หรือไม่ รวมทั้งเพื่อตรวจสอบว่ายังมีเหลือทรัพย์สินใดที่สามารถยึดมาชดใช้ค่าเสียหายได้บ้าง เนื่องจากเป็นคดีทางแพ่ง
น.ส.นภัสวรรณ ก่อนหน้านี้เคยปรึกษากับทนายความเพื่อฟ้องทั้ง 2 สาว แต่ได้รับคำตอบจากทนายว่าสัญญาที่ทำ พ่อตนเสียเปรียบ ทำให้พ่อเสียชีวิตฟรี แต่หลังจากทราบข่าวมีเหยื่อรายอื่นที่เกิดเหตุการณ์เดียวกับตน คือ น.ส.ธนิสร กุยแก้ว ตนจึงมาพบและยินยอมเป็นพยานให้ น.ส.ธนิสร
พ.ต.อ.ดิษยเดช กล่าวว่า จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และพิจารณาเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นว่าจะสามารถดำเนินคดีทางอาญาได้หรือไม่ แต่จากการตรวจสอบสัญญาที่ผู้ต้องหาทำไว้กับผู้เสียหายเมื่อปีที่ผ่านมานั้น ต้องดูว่ายังอยู่ในอายุความหรือไม่ สัญญาเข้าข่ายลักษณะถูกหลอกหรือไม่ ด้านมรดกในทางคดีอาญาต้องดูว่าได้รับความเสียหายจากการทำทางสัญญาในครั้งนี้หรือไม่ หลังจากรวบรวมหลักฐานแล้วจะนำเสนอผู้บังคับบัญชา ส่วนวันนี้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พรวน คร้ามสมอ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองอุตรดิตถ์ สอบปากคำน.ส.นภัสวรรณ เพื่อหาข้อมมูลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับนางธนิตา จันทร์อิ่ม และ น.ส.กัญจ์หทัย สุกใส ต่อไป

