เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นายเผ่าเทพ หัสไท เลขานุการสภาทนายความ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ อ.บางสะพาน ต่อเนื่องหลายครั้งในรอบ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 8 – 9 ธันวาคม 2559 วันที่ 8-10 มกราคม 2560 และระหว่างวันที่ 8 – 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีปัญหาน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก ล่าสุดมีประชาชนทั้ง 2 อำเภอรวมตัวเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึงสภาทนายความ ทำการฟ้องร้องเอาผิดทางละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 หรือ เป็นการละเมิดตาม พ.ร.บ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และอาจเป็นการละเมิดทางการปกครอง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ 2542 นอกจากนั้นจะร้องเรียนถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกชุดในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐในระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ชี้แจงข้อเท็จจริง
“ เนื่องจากผู้ว่าฯมีอำนาจตามระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ต้องตอบประชาชนว่า ตั้งแต่น้ำท่วมบางสะพานครั้งใหญ่ใหญ่ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2549 ถึงปัจจุบัน ระยะเวลาผ่านไปนาน 12 ปี การแก้ปัญหาน้ำท่วมทำไมต้องปิดโรงพยาบาลบางสะพาน มีการย้ายผู้ป่วยหนักทุกครั้ง และนอกจากเดินสายแจกถุงยังชีพ แจกข้าวกล่อง แต่แจกไม่ทั่วถึง รวมทั้งเดินทางไปถ่ายภาพกับคอสะพานที่ชำรุดตามประเพณีปฏิบัติแล้ว สาระสำคัญของผู้ว่าและนายอำเภอ ได้ปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจนเพื่อบรรเทาผลกระทบได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้าจริงหรือไม่ ที่สำคัญหลังจากมีน้ำท่วมใหญ่ทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดและอำเภอจะจัดประชุม มีการเชิญตัวแทนองค์กรท้องถิ่น ตวแทนภาคประชาชนไปร่วมวางแผนหลายครั้ง อ้างว่าจะบูรณาการร่วมกัน ถามว่าขณะนี้แผนที่กำหนดไว้หลังน้ำท่วมเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 เคยนำมาใช้จริงหรือไม่ และสาเหตุที่ไม่ใช้มีอุปสรรคอย่างไร “นายเผ่าเทพ
นายเผ่าเทพ กล่าวอีกว่า สภาทนายความจะติดตามปัญหาสำคัญจากการกำกับดูการใช้อำนาจตามกฎหมายของเทศบาลและ อบต. ได้เร่งรัดให้จัดการปัญหาผู้บุกรุกคลองหรือก่อสร้างกีดขวางทางน้ำในพื้นที่สาธารณะประโยชน์หรือไม่อย่างไร หากพิสูจน์ว่าไม่ทำหน้าที่ก็จะต้องฟ้องตามมาตรา 157 ส่วนการทำโครงการของกรมชลประทานที่ใช้งบประมาณเบื้องต้นหลายร้อยล้านบาท หลังจากน้ำท่วมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิชดอบอ้างว่ามีน้ำทะเลหนุนสูงนั้น ต้องตรวจสอบว่าเมื่อโครงการเสร็จตามแผนงานแล้ว หากน้ำทะเลหนุน น้ำป่าจะท่วม อ.บางสะพาน ตามปกติหรือไม่ และต้องขอความชัดเจนว่าปัญหาน้ำท่วม อ. บางสะพานจะยุติได้เมื่อใด
นายประมวล พงศ์ถาวราเดช อดีต สส.เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมและอดีตรองประธาน กมธ.ปกครองท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วม อ.บางสะพาน หน่วยงานรัฐต้องเร่งรัดการขุดลอกคลองบางสะพานที่รับน้ำจากลุ่มน้ำสาขาทุกสายจากเทือกเขาตะนาวศรี ให้ไหลลงทะเลเร็วที่สุด โดยก่อสร้างทางระบายน้ำฉุกเฉินหรือฟลัดเวย์ และต้องสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางกระจายในลุ่มน้ำ และขอกรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท เร่งดำเนินการสำรวจแก้ปัญหา หลังจากมีการทักท้วงการก่อสร้าง ปรับปรุงถนนสายเดิม แต่ไม่มีท่อลอดขนาดใหญ่หรือทางระบายน้ำ ล่าสุดได้ประสานงานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) บริษัทรับเหมา เพื่อสำรวจแบบแปลนการก่อสร้างรถไฟทางคู่ในพื้นที่ 2 อำเภอ มีการปรับสภาพพื้นที่ หรือ มีการออกแบบก่อสร้างกีดขวางทางน้ำหรือไม่


