หน้าแรก ภูมิภาค ชาวนาสุรินทร์...

ชาวนาสุรินทร์ พอใจราคา ‘ข้าวเปลือกหอมมะลิ’ สูงกว่าปีที่ผ่านมา

13.11.18 | 10:11 น.

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทุกหมู่บ้านในจังหวัดสุรินทร์ เป็นช่วงที่เกษตรกรชาวนา ได้ทำการลงมือเกี่ยวข้าวนาปีในฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี 2561-2562 ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข 15 (กอขอสิบห้า) และพันธุ์ กข 105 (กอขอหนึ่งร้อยห้า) สำหรับข้าวหอมมะลิพันธุ์ กข 15 ซึ่งเป็นข้าวน้ำหนักเบา เกษตรกรได้ลงมือเกี่ยวไปก่อนหน้านี้ และจากนั้นก็ได้เกี่ยวข้าวหอมมะลิพันธุ์ กข 105 ที่มีน้ำหนักกว่าต่อเนื่องกันมา หลังจากเกษตรกรทำการเกี่ยวข้าวแล้วส่วนใหญ่ก็จะนำมาขายที่โรงสีข้าวต่างๆ ที่เปิดรับชื้อในช่วงนี้ในราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 13 บาท ถึงกิโลกรัมละ 17 บาท ซึ่งก็แล้วแต่คุณภาพของข้าวที่เกษตรกรนำมาขาย ทั้งความชื้นสูง สิ่งเจือปนและการเกี่ยวข้าวที่ยังไม่ครบกำหนดเกี่ยวแล้วนำมาขายก็จะได้ราคาต่ำ และหากเกษตรกรต้องการราคาสูงและคัดสิ่งเจือปนออกไปก็จะขายได้ในราคากิโลกรัมละ 17 บาท

โดยเฉพาะที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สุรินทร์ จำกัด อำเภอปราสาท ได้มีเกษตรกรชาวนาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิเสร็จจากนาแล้วไม่ได้ตากข้าวให้แห้ง ได้นำข้าวเปลือกสดมาขายให้แก่ สหกรณ์การเกษตร ซึ่งทางสหกรณ์การเกษตรก็จะทำการรับชื้อตามคุณภาพของข้าว การวัดความชื้น และข้าวเจือปน สิ่งเจือปนในเมล็ดข้าว ความชื้น 24-25% ราคากิโลกรัมละ 13,800 บาท และความชื้นสูงสุด 31.01-32% รับชื้อกิโลกรัมละ 13,100 บาท ซึ่งเกษตรกรที่นำข้าวเปลือกหอมมะลิมาขายในวันนี้บอกว่าพอใจในราคาข้าวเปลือกหอมมะลิที่ขายได้ราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งปีที่ผ่านมาเริ่มต้นกิโลกรัมละ 7-9 บาท แต่ปีนี้ราคากิโลกรัมละ 13-17 บาท ราคาเริ่มต้นสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 4 บาท แม้ว่าชาวนาบางรายบอกว่าทำนาได้ข้าวน้อยเพราะฝนทิ้งช่วงและฝนแล้ง ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็ยังพอมีข้าวพอได้ขายและเก็บไว้สีกินในครัวเรือน

ด้านนายทองดี พลวันดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สุรินทร์ กล่าวว่า ปีนี้ข้าวหอมมะลิที่เก็บเกี่ยวได้มีน้อยราคา ณ วันนี้ กิโลกรัมละ 13 บาท 80 สตางค์ ถือว่าราคาสูง ความชื้นได้ น้ำหนักยังดี อนาคตข้าวจะราคาสูงกว่านี้ไหมมีโอกาสสูงขึ้น เพราะข้าวมีน้อย แต่โครงการของรัฐบาลก็มีในการช่วยเหลือชาวนาเข้าโครงการชะลอการขาย เข้าร่วมโครงการกับ ธ.ก.ส.ซึ่งรัฐบาลให้อีกตันละ 1,500 บาท ซึ่งก็ได้เพิ่มอีก สำหรับราคาข้าวเปลือกข้าวเปลือกหอมมะลิ ขณะนี้ราคากิโลกรัมละ 13-14 บาท หากตีเป็นข้าวเปลือกแห้งก็จะได้กิโลกรัมละ 14 บาท ถ้าหากเราตากแห้งเข้าโครงการเก็บไว้ในยุงฉางก็จะได้กิโลกรัมละ 17 บาท และได้จากรัฐบาลอีกตันละ 1,500 บาท ถือว่าได้ราคาสูง ส่วนชาวนาที่นำข้าวมาขายช่วงนี้เพราะต้องการเงินไปใช้สอย และไม่มีแรงงานช่วยตากข้าว

“ส่วนราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปีนี้ เริ่มต้นมาก็สูงกว่าปีที่แล้ว ไหลมาจนถึงกิโลกรัมละ 14 บาท เมื่อปีที่แล้ว เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 7 บาท ถึง 9 บาท แต่การผลิตต้องได้คุณภาพข้าวเต็มที่ เราถือว่าข้าวหอมมะลิปีนี้ราคาสูง ที่สำคัญชาวนาต้องมีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพไม่มีสิ่งเจือปน ไม่มีพันธุ์ข้าวเจือปนมาด้วย ความชื้น หากจะขายข้าวสดให้ขายเลย เกี่ยวข้าวมาแล้วขายสดเลยไม่อ่อนเกินไป ไม่แก่เกินไป เกี่ยวข้าวในระยะพลับพลึงหรือเหลืองกล้วยสุกก็สามารถนำมาขายได้เลย ความชื้นก็จะอยู่ในระนาบเดียวกับการอบ หรือทำให้แห้งก็สามารถจะทำได้ในระดับเดียวกัน ราคาก็จะดีไปด้วย” นายทองดีกล่าว

Advertisement