ผู้สื่อข่าววรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 30 เมษายน ได้เกิดพายุฤดูร้อน มีลมแรง ลูกเห็บ และฝนตกหนักในจังหวัดแพร่ทุกอำเภอส่งผลให้ปัญหาภัยแล้งคลี่คลายได้บ้าง แต่พบว่าแรงลมทำลายบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์และพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายถึง 3 ตำบล ได้แก่ น้ำชำ ห้วยม้า และแม่หล่าย อ.เมืองแพร่ แรงลมทำให้บ้านเรือนประชาชนหลังคาเปิดออกทั้งหมดและบางแห่งอาคารพังลงมาทั้งหลัง ทับรถยนต์ที่จอดไว้ด้านล่าง ต้นไม้หักโค่นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นสวนป่าไม้สักและสวนผลไม้ ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังเกิดเหตุ นายทรงฤทธิ์ แก้วสุทธิ นายอำเภอเมืองแพร่ ได้เข้าตรวจสอบด้วยตัวเองในพื้นที่ที่ถูกพายุกระหน่ำ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาสำรวจและให้การช่วยเหลือโดยด่วน จากการสำรวจในเบื้องต้นมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายหนักจำนวน 140 หลังคาเรือน พืชผลทางการเกษตร สวนป่าไม้สักที่มีมูลค่าสูงหักโค่น สวนผลไม้รวมกว่า 100 ไร่ สิ่งสาธารณูปโภค เสาไฟฟ้าหักโค่น รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ทางอำเภอเมืองแพร่ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมแล้ว
ด้านนายทรงฤทธิ์กล่าวว่า ในวันที่ 1 พฤษภาคม จะมีการออกสำรวจโดยละเอียด ประเมินความเสียหายเพื่อขอรับงบประมาณในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ประชาชนที่ประสบภัยในครั้งนี้ ซึ่งเชื่อว่าต้องใช้งบประมาณมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไปอย่างแน่นอน การเกิดพายุฤดูร้อนครั้งนี้รุนแรงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะมาจากความแห้งแล้งอย่างหนักประกอบกับพื้นที่ป่าลดลงจนขาดความสมดุล ซึ่งทางอำเภอเมืองและจังหวัดแพร่กำลังวางแผนร่วมกันในการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการทำลายป่า การเผาป่า การทำการเกษตร และการใช้น้ำที่ขาดความระมัดระวังจึงส่งผลให้ปีนี้ภัยแล้งรุนแรงมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้มีฝนตกติดต่อกันถึง 2 ครั้งแล้วในช่วงที่เกิดสภาวะแห้งแล้วทั่วทั้งจังหวัด แต่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอที่จะทำให้น้ำไหลหลากลงสู่ลำห้วย สภาพทั่วไปประชาชนยังขาดแคลนน้ำทางการเกษตรและบางแห่งไม่มีน้ำใช้ในบ้าน

