หน้าแรก ภูมิภาค ญาติข้องใจ รพ...

ญาติข้องใจ รพ.ดังย่านสมุทรสาคร ถ้าไม่จ่าย 1,000 ไม่ได้นำศพออก

18.11.18 | 16:47 น.

ญาติกังขา รพ.ดังย่านสมุทรสาคร ถ้าไม่จ่าย 1000 ไม่ได้นำศพออก


เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 จ่าอากาศตรีปิยะวัจน์ สุวรรณวงษ์ ฉายา “จ่าคิงส์ อาสาอิสระ” อายุ 35 ปี ชาว ม.6 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ธนบุรี ตอบโต้ภัยพิบัติ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีก 2 คน ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมกับพานางสาวประนอม ศีลใจบุญ อายุ 30 ปี  ชาว ม.4 ต.ดงป่าคำ อ.เมือง จ.พิจิตร ญาติของผู้เสียชีวิตที่เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทางสมาคมกู้ภัยฯ หลังจากที่ไม่สามารถนำศพบิดาซึ่งอยู่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลฯ ออกไปบำเพ็ญกุศลศพตามประเพณีได้ โดยการมาครั้งนี้นอกจากจะต้องการติดต่อขอนำศพออกแล้ว ยังต้องการพบกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ หรือผู้บริหารระดับสูง เพื่อสอบถามถึงระเบียบเงื่อนไขในการรับศพ ค่าธรรมเนียม และค่าบริการต่างๆ ที่เป็นข้อกังขาของทางญาติผู้เสียชีวิต

นางสาวประนอม ศีลใจบุญ บุตรสาวของผู้เสียชีวิตเล่าว่า บิดาของตนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อวานนี้ (17 พ.ย.61) จากนั้นร่างก็ถูกนำมาเก็บไว้ที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลฯ ซึ่งพอตอนเย็นของวานนี้ ตนพร้อมด้วยพี่สาวก็มาติดต่อเรื่องที่จะขอรับศพบิดาออกไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่จังหวัดพิจิตรในวันนี้ คือวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 แต่ในขณะนั้นกลับได้รับคำถามจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลห้องเก็บศพถามกลับมาว่า จะใช้รถและโลงศพด้วยหรือไม่ ถ้าทั้งรถทั้งโลงก็คิดราคา 11,000 บาท ซึ่งพวกตนไม่มีเงินมากพอ ประกอบกับตนรู้จักกับทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยอัมรินทร์ จึงตอบกลับไปว่า ถ้าไม่ใช้รถเท่าไหร่เพราะจะติดต่อรถมูลนิธินำส่ง ซึ่งทางผู้ดูแลห้องเก็บศพก็บอกว่า ถ้าให้รถมูลนิธินำส่งเมื่อถึงบ้านแล้วมูลนิธิอาจจะไม่นำศพลง และมีการเรียกร้องต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ส่วนโลงศพก็ไม่ดี สวดไม่กี่คืนก็พัง แต่ถ้าญาติต้องการที่ไม่ใช้รถเอาแต่โลงศพคิด 5,000 บาท ทั้งตนและพี่สาวขณะนั้นก็คิดอะไรไม่ออก ยังอยู่ในอาการเสียใจและต้องการพาร่างไร้วิญญาณของพ่อกลับไปบ้านเกิดเท่านั้น จึงพยักหน้ารับว่าจะเอาโลงศพ ทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลห้องเย็นจึงบอกว่า ถ้าพยักหน้าจะเอาแต่โลงศพก็ต้องเสียค่ามัดจำก่อน 1,000 บาท ซึ่งพวกตนก็จ่ายไป จากนั้นก็ออกมาโทรศัพท์สอบถามพี่ที่มูลนิธิฯ ว่าต้องเสียค่าโลงศพ 5,000 บาท ทางพี่ที่มูลนิธิฯ จึงบอกว่า ทำไมโลงศพราคาแพงนัก ให้ไปบอกคืนแล้วเดี๋ยวทางมูลนิธิฯ จะนำโลงศพไปให้ ไม่มีค่าใช้จ่ายและเป็นโลงศพอย่างดี ไม่ต้องกลัวพังเสียหายอย่างที่ได้ยินมา ดังนั้นตนจึงไปบอกว่า ไม่เอาโลงศพแล้ว แต่ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ห้องเก็บศพว่า ถ้าไม่เอาโลงศพเงิน 1,000 บาทนี้ก็ถือว่าสูญเปล่านะ ส่วนพรุ่งนี้เวลา 10 โมงเช้าจะมาเอาศพออกก็ต้องเสียอีก 1,000 บาท เป็นค่าตกแต่งศพ โดยทางตนและพี่สาวก็ยังรู้สึกสงสัยว่า ทำไมต้องเก็บค่ามัดจำไปด้วยทั้งๆที่เพิ่งคุยกันยังไม่ได้ไปไหนเลย ซึ่งที่จริงก็น่าจะคืนเงินให้ตน เพราะพวกตนก็คนจนหาเช้ากินค่ำเหมือนกัน แต่พี่สาวก็บอกว่าถ้างั้นก็คิดซะว่าเป็นค่าดูแลศพพ่อก็แล้วกัน จากนั้นพวกตนก็ออกมาแล้วก็มาเล่าให้ทางพี่ที่มูลนิธิฯ ฟัง ซึ่งทางมูลนิธิฯบอกว่า เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและต้องการที่จะได้รับทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จึงได้เดินทางมาเข้าพบกับผู้บริหารของโรงพยาบาล

ด้านจ่าอากาศตรีปิยะวัจน์ สุวรรณวงษ์ ฉายา “จ่าคิงส์ อาสาอิสระ” เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ธนบุรี บอกว่า หลังจากที่ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นจากญาติผู้เสียชีวิตแล้ว ตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง แม้ว่าผู้ดูแลจัดการเรื่องศพนั้นจะเป็นบริษัทเอกชน แต่ก็อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของทางโรงพยาบาลฯ ดังนั้นจึงได้เดินทางมาพบกับผู้บริหารฯ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะขอนำศพไปส่งที่จังหวัดพิจิตร อีกทั้งยังเห็นว่าทางโรงพยาบาลควรจะมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาแสวงหากำไรจากผู้เสียชีวิตและญาติ รวมถึงต้องมีการจัดการในรูปแบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วย ส่วนเรื่องของโลงศพนั้น ก็อยากจะบอกว่า ทางมูลนิธิฯ เกือบทุกแห่งมีโลงศพไว้บริจาคให้กับญาติของผู้เสียชีวิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ซึ่งในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครก็มีโลงศพไว้บริจาคเช่นกัน ดังนั้นหากใครที่ไม่มีเงินจะซื้อโลงศพขอให้ติดต่อกับทางมูลนิธิฯ ที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อขอรับโลงศพได้ฟรี

Advertisement

ทางด้านนายแพทย์ธรรมวิทย์ เกื้อกูลเกียรติ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้เดินทางมารับเรื่องพร้อมกล่าวว่า ในวันนี้ตนมาทำความเข้าใจกับทางญาติผู้เสียชีวิตและสมาคมฯ โดยในการจัดการศพนั้นเป็นทางบริษัทเอกชน เข้ามารับดำเนินการ เนื่องจากทางโรงพยาบาลมีงานมากและบุคลากรไม่เพียงพอ ซึ่งตนพร้อมจะรับเรื่องไปดำเนินการในการตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และจะให้ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นผู้ชี้แจงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็อาจจะเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกัน แต่เบื้องต้นวันนี้ให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาท ซึ่งทางญาติผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ ก็ยินยอมและพอใจในการเจรจาดังกล่าวก่อนที่จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดพิจิตรต่อไป