หน้าแรก ภูมิภาค ชาวสวนยางเสนอ...

ชาวสวนยางเสนอ รบ.ทำแผนพัฒนายางระยะยาวหลัง ลต. ชี้ต้องโซนนิ่งพื้นที่ส่งออก “เหนือ-ใต้”

19.11.18 | 13:04 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นายสุพจน์ วงศ์ใจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา เกษตรกรชาวสวนยางพารา ต.เชียงแรง กล่าวว่า สืบเนื่องจากปัญหายางพาราที่สถานการณ์ราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ราคายางก้อนถ้วยขณะนี้ตลาดท้องถิ่นในพื้นที่ อ.ภูซาง กก.ละ 12-13 บาทเท่านั้น ยางแผ่นดิบชาวสวนไม่ทำมานานแล้วเพราะไม่คุ้มทุน น้ำยางสดก็ไม่ทำ มีเพียงขายยางก้อนถ้วยเพื่อนำไปทำเป็นยางเครปเท่านั้น จึงทำให้รายได้ของชาวสวนยางลดลงถึง 2 ใน 3 ส่วน จากปัญหาดังกล่าวตนได้นำเรื่องนี้ปรึกษากับผู้ที่สามารถส่งข้อมูลไปยังรัฐบาลเพื่อจัดหามาตรการและวางแผนแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งคาดว่าหลังเลือกตั้งเมื่อได้รัฐบาลใหม่ จะมีมาตรการที่เป็นการวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบโดยเร็ว

นายสุพจน์กล่าวต่อว่า แผนการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ สามารถแบ่งออกได้เป็นสองทิศทางคือ ทิศทางแรก เป็นการจัดทำโซนนิ่งยางพาราด้านการส่งออก แบ่งการส่งออกเป็นภาคเหนือกับภาคใต้ ภาคใต้ที่เคยส่งออกก็ดำเนินการต่อไป ในส่วนของยางพาราของภาคเหนือ อยู่ใกล้แหล่งประเทศปลายทาง คือ ประเทศจีน ก็ต้องวางระบบการส่งออกทางเรือผ่านท่าเรือเชียงของ ทำให้ช่วยประหยัดต้นทุนค่าขนส่งได้มากขึ้น และทิศทางที่สอง คือ การแปรรูปยางพารา เช่น นำน้ำยางสดมาเป็นส่วนผสมของการก่อสร้างถนน นำยางพารามาแปรรูปเป็นหมอน หรือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ยางพาราเป็นส่วนผสม โดยใช้ยางพาราในพื้นที่เป็นหลัก ตลอดจนการกระจายการส่งออกยางพาราไปยังประเทศที่ใช้ยางพาราในปริมาณมาก

“ซึ่งเรื่องนี้หากผู้ที่กำลังลงทุนในการขับเคลื่อน บวกกับนโยบายและโอกาสการเชื่อมโยงธุรกิจยางพาราระหว่างรัฐบาล จะช่วยทำให้ระบายปริมาณยางพาราด้านการส่งออกเคลื่อนไหวดีขึ้น ขณะที่นโยบายการเน้นใช้ยางพาราในประเทศเป็นหลักให้มากขึ้น ผมมั่นใจว่าเพียงสองแนวทางนี้จะทำให้สถานการณ์ราคายางพาราไม่ตกต่ำไปอีก และมีโอกาสราคาขึ้นสูงถึง กก.ละ 60 บาท ที่สำคัญคือทำให้ไม่มีการผูกขาดการส่งออกยางพาราโดยกลุ่มทุนอีกต่อไป เพื่อให้สถานการณ์ราคายางพาราไม่วิกฤตอีกในอนาคต” นายสุพจน์กล่าว