เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต สัณห์ โพธิ์รักษา เดินทางไปที่ สภ.หล่มเก่า เพื่อติดตามคดีหนุ่มม้งทับเบิกฆ่าหั่นศพเมียท้องแก่ ซึ่งนายชิงชัย แซ่สง ผู้ต้องหาและสามีผู้เสียชีวิต ซึ่งยังถูกคุมขังอยู่ที่ สภ.หล่มเก่า และยังมีอาการเครียด นอกจากนี้ ยังไม่ยอมเปิดปากให้การในรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเท่าที่ควร โดย พ.ต.อ.ฐเดช ร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ ผกก.สภ.หล่มเก่า, พ.ต.ท.จำเนียร คำวิเศษ รอง ผกก.สอบสวนฯ, พ.ต.ท.ประสิทธิ์ วงษา, พ.ต.ต.พิษณุ โพธิ์เส็ง ซึ่งมีการหารือถึงประเด็นการนำผู้ต้องหาชี้สถานที่ หลังได้รับการประเมินสถานการณ์ ซึ่งฝ่ายญาติผู้เสียหายยังโกรธแค้น ทำให้ทางตำรวจจำเป็นต้องระงับการทำแผนในที่เกิดเหตุ และหันไปใช้การทำแผนโดยการจำลองสถานที่เกิดที่ สภ.หล่มเก่าแทน
พ.ต.อ.ฐเดชกล่าวย้ำว่า คดีนี้พยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ป้าคนตายเห็นเหตุการณ์แล้วก็ถูกทำร้าย ทำให้ประจักษ์พยานและหลักฐานทางคดีไม่ค่อยน่าห่วง ตอนนี้ทาง ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ ค่อนข้างเป็นห่วง จึงสั่งการให้ตนมาติดตามความคืบหน้าของคดี ส่วนประเด็นที่จะต้องนำผู้ต้องหาไปชี้ในสถานที่เกิดเหตุเพื่อประกอบคำรับสารภาพ ทางผู้ต้องหายังอยู่ในอาการเครียด จากรายงานว่าญาติของฝ่ายหญิงที่เสียชีวิตยังโกรธแค้น หากนำผู้ต้องหาไปนำชี้ที่เกิดเหตุก็อาจจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุอยู่ในถนนเส้นเล็กๆ และอยู่ในจุดที่จะยากต่อการรักษาความปลอดภัย ทาง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ จึงได้สั่งการให้จำลองเหตุการณ์ที่โรงพักก็ได้

พ.ต.อ.ฐเดชกล่าวว่า อยากให้เชิญพ่อแม่ของฝ่ายผู้ต้องหามาสอบสวนที่เหตุลึกๆ เกิดจากสาเหตุอะไร เพื่อจะได้เป็นกรณีตัวอย่าง ให้ประชาชนได้เห็นถึงพิษภัยยาเสพติด ฝากให้ทางผู้กำกับฯให้ช่วยดูในเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด โดยเฉพาะให้ฝากไปถึงผู้ใหญ่บ้านกำนันและฝ่ายปกครอง ในกรณีที่พบว่า มีบุคคลเสพยาเรื้อรังในลักษณะนี้ขอให้ช่วยแจ้งทางตำรวจเพื่อจะได้ส่งทีมเข้าไปดูว่า มีแนวโน้มจะก่อเหตุความรุนแรงอย่างกรณีนี้หรือไม่ และต้องให้ช่วยกันทุกฝ่าย โดยยกกรณีนี้เป็นอุทาหรณ์เพื่อจะได้ป้องกัน
“เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเพียงแค่ปลายเหตุ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นต้นเหตุได้ คือรู้ก่อนถ้ามีคนลักษณะแบบนี้อยู่ในพื้นที่ก็จะสามารถป้องกันได้ ขณะเดียวกันการกวาดล้างปราบปรามยาเสพติดก็ต้องทำอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงวันประเพณีลอยกระทงก็ฝากประเด็นเรื่องการขนย้ายยาเสพติด ให้มีการตั้งด่านตรวจเข้ม” พ.ต.อ.ฐเดชกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรตาม ระหว่างการประชุมทางพ่อและแม่รวมทั้งน้องชายของ น.ส.ดวงใจที่ถูกฆ่าหั่นศพ ได้เข้าพบ พ.ต.อ.ฐเดช และ พ.ต.อ.ชินเดช เพื่อขอความเป็นธรรมให้แก่ลูกสาวที่เสียชีวิต และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าก่อนเสียชีวิตลูกสาวถูกขู่จะฆ่า สาเหตุเพราะนายชิงชัยเกิดอาการหวาดระแวงว่าภรรยานอกใจ และยังขอร้องให้นายชิงชัยถูกลงโทษประหารชีวิตอีกด้วย โดยทั้งสองยังบอกว่าหลังเกิดยังทำใจไม่ได้จนนอนไม่หลับ ต่อมา พ.ต.ท.จำเนียร คำวิเศษ รอง ผกก.สอบสวนได้คุมตัวนายชิงชัยไปให้แพทย์โรงพยาบาลสมเด็จยุพราชหล่มเก่าตรวจดูอาการเครียดอีกด้วย

รายงานข่าวยังระบุว่า วันเดียวกันญาติได้รุดเข้าเยี่ยมนายชิงชัยที่ห้องขัง สภ.หล่มเก่า หลังเสร็จสิ้นได้ให้ข้อมูลว่า “นายชิงชัยบอกว่าที่ฆ่านั้นเป็นปีศาจไม่ใช่ภรรยา” และนายชิงชัยติดยาบ้ามาเกือบสิบปี เสพวันละ 10 กว่าเม็ด เวลานี้ทางญาติผู้ตายได้เรียกเงิน 300,000 บาท แต่ญาตินายชิงชัยต่อรองจ่าย 150,000 บาท จึงตกลงกันไม่ได้ โดยญาติผู้เสียชีวิตไม่ยอมทำศพรอให้เสร็จเรื่องเสียก่อน จนนายชิงชัยแจ้งว่า “หากไม่ทำศพก็ให้รอทำพร้อมศพนายชิงชัย”
ด้าน พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ ผกก.สภ.หล่มเก่า กล่าวว่า ผู้ต้องหายังเครียดและไม่ค่อยให้ความร่วมมือ คงจะไม่มีการทำแผนเพราะเกรงจะเกิดความวุ่นวาย หลังจับกุมพบสารเสพติดในร่างกาย จึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, เสพยาเสพติด,เสพขับ แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นมัดแน่นรวมถึงสภาพแวดล้อมและพยานบุคคลใกล้ชิด และคงคัดค้านการประกันตัวเพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ

