เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีรถยนต์ของทางราชการ ในสังกัด อบจ.นครพนม หายปริศนา หลังว่าที่ร้อยเอก พรสถิต บุพศิริ อายุ 56 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา นำไปใช้ ก่อนหายปริศนาในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน 2 กก 3617 กรุงเทพมหานคร
ภายหลังจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีการเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ธาตุพนม เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561 แต่ระบุว่า หายตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ซึ่งนำไปจอดไว้ริมน้ำโขง บ้านน้ำก่ำ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ขณะไปทำธุระ แต่สาเหตุที่แจ้งความย้อนหลังเนื่องจากเจ้าตัวคิดว่ารถไม่ได้หายจริง แต่มีพนักงานคนอื่นมาขับไป สุดท้ายติดตามหาไม่พบจึงเข้าแจ้งความ โดยทางตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง
ด้านนายสมเกียรติ ศิริตัน ปลัด อบจ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับกรณีรถยนต์ในสังกัด อบจ.นครพนม ซึ่งเป็นรถยนต์เช่าจากเอกชน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อนำมาใช้ในกิจการของ อบจ.นครพนม ชุดนี้มี 7 คัน ทั้งนี้ กรณีรถหาย ทาง อบจ.ได้มีการตรวจสอบมาตลอด โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ได้แจ้งให้ส่วนเกี่ยวข้องนำรถยนต์มาตรวจสภาพตามขั้นตอน แต่มี 1 คันที่ไม่นำมาตรวจ โดยได้ทำหนังสือแจ้งถึง 3 ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 แต่ทาง ผอ.กองการศึกษาที่นำรถไปใช้กลับไม่นำมาตรวจสภาพตามระบบ จึงได้แจ้งฝ่ายกฎหมายดำเนินการ
ภายหลังมีการตรวจสอบพบว่า รถยนต์ดังกล่าวหายไป เนื่องจาก ผอ.กองการศึกษานำไปใช้งาน แต่มีข้อพิรุธคือ มีการแจ้งความภายหลัง ทำหนังสือแจ้งนำรถมาตรวจสอบ อีกทั้งยังลงประจำวันกับตำรวจย้อนหลังถึง 5 เดือนหลังรถหาย ซึ่งทาง อบจ.ได้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว หากพบว่ามีเจตนานอกเหนือจากความประมาทหรือขาดความรอบคอบ นำรถยนต์ไปใช้ผิดระเบียบ จะต้องเอาผิดทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด ขณะนี้รอขั้นตอนการสอบจ้อเท็จจริงทั้งเรื่องของการพิจารณาความเสียหายทางแพ่ง รวมถึงการพิจารณาความผิดทางอาญา จนถึงเอาผิดทางวินัย หากเป็นการกระทำที่เกิดความเสียหายกับ อบจ.จะได้กำชับทุกฝ่ายตรวจสอบดูแลในการนำรถยนต์ราชการไปใช้ ต้องทำตามระเบียบทุกขั้นตอน

