หน้าแรก ภูมิภาค แจ้งข้อหาพยาย...

แจ้งข้อหาพยายามฆ่ากลุ่มโจ๋รุมยำหนุ่มช่างไฟฟ้า เจ็บสาหัสสมองบวม-มือขวาส่อพิการ

20.11.18 | 16:02 น.
หนุ่มช่างไฟให้ปากคำตำรวจ

กรณีวัยรุ่นกาฬสินธุ์ 12 คน ก่อเหตุสะเทือนขวัญรุมทำร้ายหนุ่มช่างไฟฟ้าบริเวณด้านหน้าผับแห่งหนึ่งในจ.กาฬสินธุ์ ปรากฏภาพในคลิปถึงความโหดร้ายทารุณด้วยการสลับกันเข้าตีตามลำตัวโดยเฉพาะที่บริเวณศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และนอกจากนี้กลุ่มเพื่อนหนุ่มช่างไฟฟ้ายังถูกทำร้ายถึง 4 คน กลุ่มผู้ก่อเหตุ 12 คน ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน โดยถูกแจ้งข้อหาทำร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะถูกปล่อยตัวชั่วคราว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายเชิดชัย เฉิดจินดา อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายชัชวาล สมวิลัย พ่อของนางจักรพงษ์ สมวิลัย หนุ่มช่างไฟฟ้าซึ่งบาดเจ็บสาหัสได้เข้าพบ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อสอบถามสาเหตุการแจ้งข้อกล่าวหาที่ขัดต่อการกระทำที่รุนแรง และผลจากการที่ตำรวจปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 12 คนว่าปล่อยออกไปได้อย่างไร เนื่องจากเกรงว่าบุตรชายและผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน จะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดีเพราะหนึ่งในจำนวนผู้ต้องหา 12 คน มีลูกหลานนายตำรวจในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และยังเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายด้วย ทั้งนี้ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ยืนยัน ตำรวจให้ความเป็นธรรมต่อผู้เสียหายอย่างเต็มที่และคดีนี้ไม่มีมวยล้มแต่สิ่งที่ปรากฏนั้นเกิดขึ้นตามขั้นตอนของกฎหมาย

พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่ากรณีที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้อนุญาตให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหมดหลังจากที่แถลงข่าว เกิดจากขั้นตอนของกฏหมายซึ่งคดีนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมด ได้เข้าไปมอบตัวกับ ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ จากนั้นก็ได้ส่งตัวพร้อมสำนวนให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ หลังรับตัวและตรวจสำนวนพบว่าผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวไม่ได้จับกุม ตามกฎหมายจึงต้องปล่อยตัวชั่วคราวออกไปเพื่อเรียกตัวมาสอบปากคำผู้ต้องหาเป็นรายๆไป ซึ่งเบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

“สำหรับผลทางคดีขณะนี้ยืนยันว่าตำรวจไม่นิ่งนอนใจ เพราะคลิปที่สื่อให้เห็นถึงความรุนแรงและจากการตรวจสอบในเรื่องขององค์ประกอบด้านฐานความผิด ขณะนี้ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันพยามฆ่าเพิ่มกับผู้ต้องหา 6 คน จากจำนวน 12 คนไปแล้ว โดย 6 คนนี้มีเยาวชน 1 คน และมีเยาวชนที่มีอายุ 18 ปีอีก 1 คน ส่วนที่เหลือนั้นก็จะทำการสืบสวนว่าได้เข้าไปทำร้ายหรือไม่ ทั้งนี้ยังร่วมไปถึง เพื่อนของผู้เสียหาย 4 คนที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งหากผู้ต้องหารายได้เป็นผู้กระทำก็จะทำการแจ้งข้อหาเพื่อสรุปสำนวนต่อพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ต่อไป”พ.ต.อ.รัชพลกล่าว

ด้าน นายเชิดชัย เฉิดจินดา อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงคงเป็นเรื่องความปลอดภัยและผลทางคดีซึ่งเป็นไปได้หรือไมต่อเหตุการณ์นี้น่าจะมีการควบคุมตัวมาไว้ก่อน แต่เมื่อรับฟังข้อเท็จจริงแล้วทุกอย่างก็ไปอยู่ที่ต้นทางในการติดตามจับกุมโดยเฉพาะกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อเป็นการมอบตัวก็ว่ากันไปซึ่งตนในฐานะเป็นครูอาจารย์ก็จะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดด้วย

Advertisement

ขณะที่นายชัชวาล สมวิลัย พ่อของหนุ่มช่างไฟฟ้า กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยและเกรงว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ก็เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับลูกชายและเพื่อนลูกที่ได้รับบาดเจ็บทุกคน เพราะการกระทำที่รุนแรงเชื่อว่าคนที่เป็นพ่อแม่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วในการเรียกร้องความเป็นธรรมก็ต้องเดินทางให้ถึงที่สุด เพราะในขณะนี้ได้รับข่าวมาแล้วว่าบุตรชายที่เอามือไปปิดป้องศีรษะเพื่อหลีกเลี่ยงความตาย มือด้านขวากระดูกแตกละเอียดและอาจจะกลายเป็นคนพิการมือไปแล้ว

นายเชิดชัย เฉิดจินดา อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายชัชวาล สมวิลัย พ่อของนางจักรพงษ์ สมวิลัย หนุ่มช่างไฟฟ้า เข้าพบผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบ่ายวันเดียวกัน ที่ตึกศัลยกรรมกระดูกชาย โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร.ต.ท.รัชนาท แก้วกาหลง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้เข้าสอบปากคำ นายจักรพงษ์ สมวิลัย หนุ่มช่างไฟฟ้า อย่างละเอียดเพื่อรวมรวมหลักฐานในการทำสำนวนส่งต่อพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนอาการของนายจักรพงษ์แม้จะมีอาการที่ดีขึ้น แต่แพทย์ก็ยังคงให้เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะที่ศรีษะที่แตกเย็บกว่า 100เข็มและมีปัญหาสมองบวม

นายจักรพงษ์ สมวิลัย หนุ่มช่างไฟฟ้า กล่าวว่าปกติจะเข้ามาเที่ยวผับที่เกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่ในตัวจังหวัดสัปดาห์ละครั้งถึงสองครั้ง ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร จนมาในวันที่เกิดเหตุยอมรับว่า โต๊ะที่นั่งดื่มเหล้านั้นติดกันแต่ก็ไม่รู้เป็นเพราะเหตุอะไรจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันที่โต๊ะจากนั้นก็ไปชกต่อยกันที่หน้าห้องน้ำโดยตนเป็นคนที่ช่วยเหลือเพื่อนออกมาซึ่งก็คิดว่าเรื่องน่าจะจบจึงพากันเที่ยวต่อ แต่แล้วเมื่อออกมาจากผับเพื่อที่จะกลับบ้านก็ไปเจอกับกลุ่มที่มีเรื่องและก็ถูกรุมทำร้ายกันทุกคน ทำให้เพื่อนทุกคนพากันวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตเนื่องจากกลุ่มนี้มากันจำนวนมากโดยตนเองได้วิ่งหนีออกไปทางตลาดทุ่งนาทอง แต่ก็ถูกกลุ่มที่มีเรื่องวิ่งตามออกมาและเข้าทำร้ายจนล้มลงจากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคลิปที่บันทึกเอาไว้

“ผมยอมรับว่าในขณะนั้นคิดว่าเอาชีวิตไม่รอดแน่นอน เพราะเค้าใช้เก้าอี้ที่ถือมาด้วยจงใจแต่เข้าที่หัว แต่ตนได้ใช้มือด้านขวาปัดป้องเอาไว้ ซึ่งในระหว่างที่ถูกตีมีสติตลอดและไม่มีเสียงห้าม จนเมื่อมีรถกระบะวิ่งเข้ามาเหมือนจะชนเพราะมีคนตะโกนว่าให้เหยียบไปเลยแต่เค้าก็จอดและลงมาตีอย่างที่เห็น”นายจักรพงษ์กล่าว

นายจักรพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุเมื่อมาถึงโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ก็เห็นสภาพมือที่แรกคิดว่าน่าจะรักษาได้เพราะมีอาการชา แต่ในขณะนี้รู้ว่ามือข้าวขวาจะไม่เหมือนเดิมและอาจจะเหมือนคนพิการจึงรู้สึกเสียใจสุดชีวิต เพราะมือด้านขวาเป็นมือถนัดที่ใช้ในการหยิบยกของและพิมพ์คอมพิวเตอร์ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดด้วย

ด้านนางพิสมัย สมวิลัย แม่หนุ่มช่างไฟฟ้า กล่าวว่า ยังหวาดกลัวกับเหตุการณ์นี้ไม่หาย เพราะส่วนตัวก็เป็นโรคหัวใจด้วยหลังจากได้ยินเรื่องของลูกชายครั้งแรกก็กลัวว่าลูกชายจะตาย แต่มาดูแล้วโชคดีที่ยังมีชีวิตก็รู้สึกดีใจแต่เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและต้องการรู้ว่าโกรธแค้นกันเรื่องอะไรทำไมถึงใจร้ายใจดำขนาดนี้ ซึ่งหากในวันนั้นลูกชายเสียชีวิตตนคงจะอยู่ไม่ได้เพราะมีลูกชายเพียงคนเดียวที่ตนก็หวังที่จะพึ่งพาบุตรชายและที่รู้อีกว่ามือจะพิการด้วยยิ่งทำให้เสียใจจึงขอให้ตำรวจทำหน้าที่ให้ดำที่สุด เพราะในขณะนี้ก็ได้รับความเมตตาจากตำรวจกาฬสินธุ์ที่เข้ามาดูแลอย่างเต็มที่แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กำลังเตรียมสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ ซึ่งในวันที่ 21 พฤศจิกายน จะมีการเรียกเยาชนมาอีก 3 คน เพื่อแจ้งข้อหาร่วมกันพยามฆ่าเพิ่มเติมภายหลังจากที่เป็นบุคคลในคลิปที่ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ซึ่งในขณะนี้จำนวนผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันพยามฆ่ามีแล้วจำนวน 6 คน และหากมีการแจ้งอีกก็จะเป็น 9 คน ส่วนที่เหลือหากไม่ได้ร่วมกันลงมือตำรวจก็จะกันตัวเป็นพยานต่อไป