(25 ม.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ไม่เพียงสภาพอากาศหนาวเย็น ยังมีฝนหลงฤดูตกลงมาตลอดทั้งวัน ส่งผลให้สภาพอากาศหนาวเย็นขั้นวิกฤติ ล่าสุดในช่วงเย็นวันนี้ จากการตรวจวัดอุณหภูมิของสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม พบว่ามีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด ที่ประมาณ 9 องศาเซลเซียส ถือว่าหนาวสุดในรอบ 5 ปี สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ประสบปัญหาภัยหนาว โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ มีโอกาสเสี่ยงเจ็บป่วยจากสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งในส่วนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดเทือกเขาภูพาน ในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม รวมถึง พื้นที่อำเภอชายแดนติดกำลำแม่น้ำโขง มี อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมืองและ อ.ธาตุพนม ถือว่าได้รับผลกระทบหนักสุด เพราะจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าอำเภออื่น จากพื้นที่ 12 อำเภอ และมีลมกระโชกแรง ต้องอาศัยก่อไฟผิงคลายหนาว เพราะเครื่องนุ่งห่มกันหนาวไม่สามารถต้านความหนาวเย็นได้ และไม่เพียงชาวบ้านเท่านั้นที่ประสบปัญหาภัยหนาว ยังมีสัตว์เลี้ยงการเกษตร วัว ควาย ที่ต้องก่อสร้างความอบอุ่นในโรงเรือน สร้างความอบอุ่น ป้องกันการเจ็บป่วยเกิดโรคระบาด
เช่นเดียวกันกับชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ที่ติดกับเทือกเขาภูพาน ประกอบด้วย ต.ก้านเหลือง ต.คำพี้ และ ต.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม กว่า 1,000 ครัว เรือน ต้องประสบปัญหาความเดือดร้อน ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ต้องอาศัยผิงไฟคายหนาว และต้มน้ำอาบ บรรเทาความเดือดร้อน โดยได้เรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา ได้รับการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง บางหมู่บ้านได้รับการแจกจ่ายเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ปีละประมาณ 20 -30 ผืน ทั้งที่มีความต้องการหมู่บ้านละประมาณ 150 -200 ผืน โดยเฉพาะครอบครัวยากจนด้อยโอกาส ไม่มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือ ยิ่งช่วงนี้อากาศหนาวจัด ต้องทนทุกข์กับสภาพอากาศหนาวเย็น เนื่องจากปีนี้ทางภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการแจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว จะต้องมีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติหลัง อุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียสติดต่อกันถึง 3 วัน

ทั้งนี้ จากภายหลังสภาพอากาศหนาวเย็นข้ามคืน มีอุณหภูมิลดลงกว่า 5 องศาเซลเซียส ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านเท่านั้น ยังพบว่าร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง ในตัวเมืองนครพนม รวมถึงอำเภอต่างๆ ซบเซา ไม่มีลูกค้าไปใช้บริการ เนื่องจากสภาพอากาหนาวเย็น ทำให้พากันเข้าบ้านนอนแต่หัวค่ำโดยเฉพาะร้านค้า ร้านอาหารตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง ได้รับผลผกระทบหนัก บางร้านต้องปิดชั่วคราว เพราะมีลมกระโชกแรง ไม่มีลูกค้าไปใช้บริการ ส่งผลกระทบขาดรายได้ในช่วงนี้

