หน้าแรก ภูมิภาค แรงงานภาคเหนื...

แรงงานภาคเหนือร้องขึ้นค่าแรง421บาททั่วปท.-ชี้ยังไม่ได้รับสิทธิคุ้มครองหลายด้าน

2.05.16 | 14:57 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่หน้าอาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ เครือข่ายแรงงานภาคเหนือกว่า 120 คน ประกอบด้วย เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง (EMPOWER) มูลนิธิ MPLUS เครือข่ายปฏิบัติการผู้หญิงไทยใหญ่ (SWAN) กลุ่มพลังเยาวชนไทใหญ่ (SYP) สหพันธ์คนงานข้ามชาติ กลุ่มแรงงานสามัคคี สมาคมส่งเสริมสิทธิแรงงาน สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ กลุ่มคนรับงานมาทำที่บ้าน ละครชุมชน ′กั๊บไฟ′ เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคเหนือ เดินทางเข้ายื่นข้อเรียกร้องผ่านนายกฤษณ์ ธนาวานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนางกาญจนา กลิ่นทอง แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย เนื่องในโอกาสวันกรรมกรสากล 1 พฤษภาคม

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องระบุว่า วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น ′วันกรรมกรสากล′ เป็นวันที่คนทำงานทั่วโลกได้รำลึกถึงการต่อสู้ เพื่อความเป็นธรรมในสังคมของคนทำงาน เป็นการยกย่องและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของคนทำงานในทุกสาขาอาชีพ สิทธิอันชอบธรรมที่คนทำงานสมควรได้รับ ในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับประชาชนคนกลุ่มอื่นๆ ในฐานะที่คนทำงานเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าและทัดเทียมกับนานาประเทศ

โอกาสนี้เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ได้ประเมินและพิจารณาถึงสถานการณ์ด้านแรงงานภายในพื้นที่ภาคเหนือพบว่า ยังมีปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน ได้แก่ การจัดตั้งสหภาพแรงงานของคนงานในพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้ง ไม่สามารถขยายสหภาพแรงงานให้เพิ่มขึ้น ขาดความเข้มแข็ง รวมถึงไม่ได้มีส่วนร่วมในคณะกรรมการไตรภาคีชุดต่างๆ แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด แรงงานข้ามชาติยังไม่ได้รับสิทธิตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น เวลาทำงาน วันทำงาน วันหยุด วันลา การทำงานล่วงเวลา การทำงานในวันหยุด ปัญหาด้านสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน ยังพบว่าเอกสารข้อแนะนำ วิธีการใช้ และเก็บรักษาอุปกรณ์การทำงานและสารเคมีอันตราย การป้องกันและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ยังไม่มีการแปลเป็นภาษาของคนงาน ไม่มีการอบรมชี้แจงถึงข้อควรระวังของการใช้สารเคมีต่างๆ ให้กับคนงานได้มีความรู้และเข้าใจก่อนนำไปใช้ การเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคม เนื่องจากนายจ้างไม่ได้นำลูกจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคม และบางส่วนมีปัญหาการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ เช่น การใช้สิทธิเบิกเงินสงเคราะห์บุตร ที่มีเงื่อนไขต้องให้ข้าราชการ ซี 3 รับรองทุกปี และกรณีรับเงินชราภาพ ที่ยังไม่มีมาตรการชัดเจนในการรับสิทธิ นอกจากนี้ ยังพบว่าแรงงานข้ามชาติถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการเดินทาง และถูกเรียกรับผลประโยชน์

ข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด คือ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแรงงานประจำจังหวัด ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ นักวิชาการ นักกฎหมายที่สนใจด้านแรงงาน และสหภาพแรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพความปลอดภัยในการทำงานของคนงาน และการเข้าถึงสิทธิด้านแรงงานของคนงาน

และข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล คือ 1.ขอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทจัดหางาน เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานผิดประเภทของแรงงาน โดยบริษัทจัดหางานนำคนงานไปทำงานไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญาการจ้างงาน เป็นเหตุให้คนงานข้ามชาติกลายเป็นผู้ทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 และ 2. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนแรงงานและออกใบอนุญาตทำงาน ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาการจดทะเบียนต้องใช้เอกสารจำนวนมากและมีหลายขั้นตอน เสียค่าใช้จ่ายสูง 3. ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน 4. ขอให้รัฐบาลปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 421 บาทต่อวัน ทั่วประเทศ 5. ขอให้รัฐบาลกำหนดให้พนักงานบริการเป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทุกฉบับ 6. ขอให้แก้ไข พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ให้คนงานข้ามชาติทำงานได้ทุกอาชีพตามความสามารถของตน และขยายอายุคนทำงานจนถึง 60 ปี 7. ขอให้มีการแก้กฎกระทรวงที่ยกเว้นกลุ่มอาชีพบางกลุ่มที่ไม่ให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ให้แรงงานทุกคนทุกอาชีพเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และแก้ไขกฎหมายประกันสังคม ในกองทุนชราภาพ ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกที่จะรับเป็น บำเหน็จชราภาพ หรือ บำนาญชราภาพได้ โดยไม่กำหนดอายุของผู้ประกันตน

Advertisement

ส่วนข้อเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย คือ ขอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขกฎระเบียบในการเดินทางของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงกลุ่มผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน กลุ่มบุคคลบนพื้นที่สูง ให้มีเสรีภาพในการเดินทาง