หน้าแรก ภูมิภาค ผอ.โรงเรียนดั...

ผอ.โรงเรียนดังเมืองทุ่งสง ยันน.ร.ไม่ได้เสียที่โรงเรียน มีหลักฐานพร้อมแจงผู้ปกครอง

22.11.18 | 19:12 น.

กรณีนายประพันธ์ นิลเศษ อายุ 36 ปี บ้านอยู่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวข้อความว่า “ช่วยกันแชร์ด้วยครับลูกอยู่โรงเรียน กินนอนที่โรงเรียน ลูกเป็นไข้อยู่สามวัน แต่ครูไม่พาไปโรงพยาบาลจนลูกผมตาย ทิ้งลูกผมให้ตายมา 6 ชั่งโมงจึงพาไปโรงพยาบาล ทำไมไม่พาไปตอนลูกผมเป็นไข้วันแรก หมอบอกว่าตายมา 6-8 ชม. แล้วช่วยไม่ได้แล้ว (เอาคนผิดมาลงโทษให้ด้วย)” โดยโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นั้น

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ร.ต.อ.วรากูล บุญยะจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ด.ช.วงศธร นิลเศษ อายุ 14 ปี เป็นลูกชายของนายประพันธ์ เรียนอยู่ที่ ร.ร.นครศรีธรรมราช ปัญญานุกูล อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ รพ.ทุ่งสง จากผลการชันสูตรพลิกศพ พบว่า มีสภาพเป็นปกติ มีรอยช้ำด้านหน้าหัวไหล่ซ้าย ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่แน่ชัด เบื้องต้นได้ส่งไปให้หมอผ่าศพพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ รพ.มหาราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ขณะนี้กำลังรอรายงานผลการผ่าพิสูจน์เป็นเอกสารที่ถูกต้องจาก รพ.มหาราช

“สำหรับกรณีที่นายประพันธ์ผู้เป็นบิดายืนยันว่า หมอรพ.ทุ่งสง แจ้งว่า ด.ช.วงศธร ตายมาก่อนแล้วถึง 6-8 ชม. แต่ในช่วงเช้าวันที่ 19 พฤศจิกายน ทางโรงเรียนได้ นำ ด.ช.วงศธรไปส่งให้แพทย์ตรวจที่ สถานีสภากาชาดสิรินทร และก่อนเกิดเหตุ เด็กยังเดินได้ พุดคุยได้นั้น ตนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อให้ได้ความจริงปรากฏ ว่าการเสียชีวิตของเด็กจะเกิดก่อนที่จะนำส่ง รพ.ทุ่งสง หรือไม่” ร.ต.อ.วรากูล กล่าว

นางเพียงใจ หงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนนครศรีธรรมราช ปัญญานุกูล อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ด.ช.วงศธร เริ่มมีอาการไข้หวัดเมื่อวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางโรงเรียนจึงได้จัดยาแก้หวัดที่มีอยู่ในเรือนยาของโรงเรียนให้กินพร้อมกับให้คนคอยดูแลและเช็ดตัวให้ เนื่องจากตัวร้อนเล็กน้อย ต่อมาวันเสาร์และวันอาทิตย์ได้โทรศัพท์ไปแจ้งนายประพันธ์ ผู้เป็นบิดาแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เพื่อต้องการแจ้งให้ทราบว่าด.ช.วงศธร ไม่สบาย ต่อมาเช้าวันจันทร์ ทางครูได้โทรไปบอกให้นายประพันธ์ทราบอีกครั้ง นายประพันธ์จึงเดินทางจาก จ.สุราษฏร์ธานี ขณะเดียวกันทางโรงเรียนได้นำ ด.ช.วงศธร พร้อมเด็กนักเรียนอีก 8 คน ไปให้หมอตรวจที่สถานีสภากาชาดสิรินทร ซึ่งมีแพทย์รับการตรวจรักษาผู้ป่วยนอกด้วย โดยนักเรียนที่พาไปนั้น ต่างก็มีอาการไข้หวัดเล็กน้อย
สำหรับสาเหตุที่พาไปสภากาชาดสิรินธร แทนที่จะพาไป รพ.ทุ่งสง นั้น เนื่องจากทุกวันจันทร์จะมีหมอจาก รพ.ทุ่งสง มาร่วมกับหมอที่ สภากาชาดสิรินธร ตรวจคนไข้ เพราะที่สภากาชาดสิรินธร อยู่ใกล้โรงเรียนและหากว่าพาเด็กไป รพ.ทุ่งสง อาจได้รับการตรวจช้าต้องใช้เวลานาน จึงตัดสินใจพามารักษาที่ สภากาชาดสิรินธร โดยมีครู 2 คน ดูแล สภาพของ ด.ช.วงศธร ในเวลานั้น ยังเดินได้ปกติ พูดคุยได้ หลังจากที่หมอตรวจแล้ว ได้จัดยาให้นักเรียนทั้งหมดโดยในระหว่างที่พามาตรวจนั้น ทางสภากาชาดสิรินธร ได้ออกเอกสารรับรองในการตรวจรักษานักเรียนมาให้ด้วย

นางเพียงใจ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ครูนำนักเรียนกลับมาแล้ว ได้จัดให้นอนพักที่เรือนคนไข้ภายในโรงเรียน ครูได้นำอาหารมื้อเที่ยงมาให้นักเรียนที่ป่วย รวมทั้ง ด.ช.วงศธร ด้วย ทราบว่า ด.ช.วงศธร ได้กินข้าวไป 2-3 คำ แล้วบอกว่าไม่กินแล้ว ครูจึงจัดยาให้กิน ในเวลานั้นมีอาการตัวร้อน ครูจึงเช็ดตัวให้ ด.ช.วงศธร ตลอดเวลา ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ด.ช.พงศธร ไม่ยอมให้เช็ดตัว ผู้ดูแลจึงได้แจ้งครูทราบและครูประจำหอก็มาดูแล ซึ่งขณะนั้น ด.ช.วงศธร ยังรับรู้ได้ จนกระทั่ง 16.00 น.ครูได้นำเด็กนักเรียนที่นอนอยู่ในเรือนคนไข้ขึ้นหอนอน เป็นจังหวะเดียวที่ ด,ช.วงศธร มีอาการช็อก ครูจึงรีบนำรถของโรงเรียน พาไป รพ.ทุ่งสง ทันทีในระหว่างที่อยู่บนรถครูได้ทำการช่วยปั้มหัวใจอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งถึง รพ.ทุ่งสง ซึ่งเมื่อถึง รพ.ทุ่งสง ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็รีบนำส่งเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อแพทย์เวรมาตรวจดูแล้วได้พูดดังๆ ว่า เด็กเสียชีวิตมาก่อนแล้ว 6-8 ชั่วโมง ซึ่งจากคำพูดของหมอทำให้บรรดาครูและคนอื่นรวมทั้งนายประพันธ์และภรรยาซึ่งเดินทางมาถึง ได้ยินคำพูดของหมอซึ่งสร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก

Advertisement

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปที่ รพ.ทุ่งสง เพื่อที่จะขอพบผู้อำนวยการ รพ.ทุ่งสง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ผู้อำนวยการไม่อยู่เนื่องจากไปประชุมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่ นายแพทย์ สสจ.นครศรีธรรมราชก็ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากไปราชการที่กรุงเทพมหานคร