เวลา 23.30 น.วันที่ 22พฤศจิกายน2561พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.สตม.พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร รรท.ผบช.ภ.1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองหลวง ได้ร่วมกันบุกเข้าตรวจค้นโกดังKP—2 เลขที่ 42/12 ม.8 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สืบเนื่องจากได้มีประชาชนจำนวนมากได้ร้องเรียนผ่านทางเพจสุรเชษฐ์ หักพาล ว่าได้รับความเดือนร้อนจากการที่มีพัสดุเก็บเงินปลายทาง ส่งมาถึงตนโดยที่ไม่ได้สั่งสินค้า และบุคคลในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานหลงเชื่อว่ามีการสั่งสินค้าและได้ชำระเงินแทนไปก่อนทำให้เกิดความเดือดร้อนและความเสียหายโดยมี ผู้หลงเชื่อชำระเงินไปเป็นจำนวนมาก

โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.สตม. กล่าวว่า ในวันนี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จึงได้สนธิกำลังทำการสืบสวนจับกุม ผู้กระทำความผิดได้ เป็นชาวจีนจำนวน 3 ราย คือ1.นายชาง จูนคิม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน 2.นายดิงมาน หวัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน 3.นายMR.LI HONGJING ซึ่งขนาดตรวจค้นพบว่ากำลังทำงานอยู่ในบ้านของผู้ต้องหาและได้ทำการขยายผลขอศาลออกหมายค้น จำนวน 3 จุดดังนี้ 1. โกดังเก็บสินค้าkp-12เลขที่ 42/12 ม.8 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากการตรวจค้นพบของกลางประกอบด้วยเครื่องสำอาง 5,026 ชิ้น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1,202ชิ้น รองเท้าเสื้อผ้า 545 ชิ้น ของใช้เบ็ดเตล็ด 614 ชิ้น และสินค้าบรรจุหีบห่อ พัสดุ 714 ชิ้น รวมของกลางกว่า 8410 ชิ้น 2. บ้านเลขที่ 153/2 8 หมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี และบ้านเลขที่ 23/39 หมู่ 11 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งของกลางที่พบจำนวนหนึ่งเป็นสินค้าที่ถูกตีกลับ เนื่องจากผู้รับสินค้าปฏิเสธการรับ การชำระเงินปลายทางเพราะไม่ได้ทำการสั่งสินค้า และสินค้าเกือบทั้งหมดที่ถูกตรวจพบ เป็นสินค้ายังมิได้ผ่านทางการศุลกากร สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานรวมทั้งสินค้าที่ไม่ปรากฏฉลากกำกับ

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเข้ามาประเทศโดยการใช้วีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว แต่ได้มามีพฤติกรรมหลอกลวงยัดเยียดส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง ในลักษณะดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนและมีผู้ถูกหลอกลวง หลายพันราย มีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 15 ล้านบาทจึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนมีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 7 ปี ปรับตั้งแต่ 1000 ถึง 14,000 บาท เป็นบุคคลต่างด้าวทํางานโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับตั้งแต่สองพันถึง 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพร้อมกับของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนสภ. คลองหลวงเพื่อดำเนินคดีต่อไป.

