เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า การจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟสุโขทัย ที่ในปีนี้จัดต่อเนื่องถึง 10 วัน 10 คืน มีกิจกรรม ด้านวัฒนธรรม การจำลองตลาดโบราณ ตลาดแลกเบี้ย การจำลองหมู่บ้านวิถีไทย การประกวดแข่งขัน กระทงใหญ่ กระทงเล็ก การประกวดนางนพมาศ การแสดงขบวนแห่วัฒนธรรมจาก 9 อำเภอ การจัดกิจกรรม ข้าวขวัญวันเล่นไฟ การแสดงไลท์แอนซาวด์ เรื่อง “ความรุ่งเรืองของนครสุโขทัย” การแสดงตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์ การจัดกิจกรรม สีสันแห่งสายน้ำ ตลาดโบราณ และตลาดแลกเบี้ย และสิ่งหนึ่งที่ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว ชื่นชอบคือการแสดงพุตะไลไฟพะเนียง ซึ่งมีการจุดพลุไฟโบราณให้นักท่องเที่ยวได้ชมทุกคืน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยกล่าวว่า จากงานดังกล่าวทำให้ โรงแรมต่างๆ ในจังหวัดสุโขทัย เต็มหมด โดยเฉพาะ คืนวันที่ 22 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับคืนเดือนเพ็ญวันลอยกระทง ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยงงาน ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ สูงถึงสามแสนกว่าคน จึงทำให้จังหวัดสุโขทัยมีรายได้จากการจับจ่ายใช้สอย ทั้งในด้านที่พัก ของฝาก การเข้ามาจับจ่ายใช้สอนทั้งในงาน และตามร้านค้าต่างในจังหวัดสุโขทัย คาดว่าจะมีเงินสะพัดในจังหวัดสุโขทัยในช่วง 10 วัน มีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามในคืนวันที 25 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงานจังหวัดสุโขทัยยังคงมีกิจกรรมต่างๆ ภายในงานที่น่าสนใจ ทั้ง กิจกรรมสีสันแห่งสายน้ำ การแดงโขนจากนาฏศิลป การแสงกระบี่กระบองจากหมู่บ้านวิถีไทย การจำลองวิถีชายบ้าน จากตลาดโบราณ และตาละแลกเบี้ยที่ได้รับความนิยมเข้ามาจับจ่ายเลือกซื้ออาหารกันเป็นจำนวนมา และที่สำคัญในค่ำคืนนี้ยังคงมีการแสดง พลุไฟที่สวยงามของชาวจังหวัดสุโขทัย และการแสดง แห่เรือ ตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ผู้ประดิษฐ์คิดค้น กระทงเป็นทรงบัวบานและถวายแด่พระร่วงเจ้าเป็นที่พอพระราชหฤทัย พระองค์จึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน ๑๒ ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ซึ่งจะเปิดแสดงให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมฟรีในค่ำคืนนี้อีกด้วย



