หน้าแรก ภูมิภาค ซ้ำซาก! จับหน...

ซ้ำซาก! จับหนุ่มต้มเลียงผาเอาน้ำมัน เจอซากกระดูกในหม้อ พร้อมปืน-กระสุนเพียบ(ชมคลิป)

25.11.18 | 21:13 น.

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับ ทหารชุดทัพพระยาเสือ กองกำลังสุรสีห์ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 144 กองร้อย อส.อำเภอแก่งกระจาน เข้าสำรวจจำนวนประชากร และ ตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายในเขตพื้นที่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์หมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย หมู่ที่ 1-2 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางน้ำกลัดเหนือ-ยางน้ำกลัดใต้ เพื่อป้องกันและป้องปรามการล่าสัตว์ป่าและสำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่ขณะตรวจค้นพบภายในบ้านเลขที่ 6/1 บ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 มีนายทินกร ชิ้นทอง เป็นเจ้าของบ้าน มีซากกระดูกสัตว์ในหม้อต้มเคี่ยวอยู่บนเตาถ่านภายในครัว จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบเป็นกระดูกกรามฟัน กีบเท้าของเลียงผา สัตว์สงวนตามบัญชีรายชื่อสัตว์สงวน ในลักษณะเคี่ยวจนแห้งเพื่อเอาน้ำมัน จึง
ก่อนขยายผลตรวจค้นพบปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ปืนแก๊ปไทย ประดิษฐ์ลำกล้องแฝดบรรจุกระสุนพร้อมใช้ 1 กระบอก ดินดำบรรจุขวดพลาสติก 3 ชวด กระสุนตะกั่วลูกโดด 1 ลูก ตะกั่วลูกปราย 962 เม็ด หมอนรองยัดทำจากกาบมะพร้าว บรรจุในกระเป๋าสะพาย เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลาง พร้อมควบคุมตัวนายทินกร นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดีฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ ในเขตอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต, นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆเข้าไปในเขตอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต, ล่าสัตว์ป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าสงวน โดยไม่ได้รับอนุญาตนายมานะ กล่าวว่า กลุ่มชาติพันธ์ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 และบ้านโป่งลึก หมู่ที่ 2 ต.ห้วยแม่เพรียง เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่เคยอาศัยบริเวณต้นแม่น้ำเพชร กระจายกันอยู่หลายพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน ต่อมามีการปะทะของกองกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายจนมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตหลายนาย จึงเป็นพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่ความมั่นคง ในสมัยนายสามารถ ม่วงไหมทอง เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานคนแรก มีการผลักดันกลุ่มชาติพันธ์กลุ่มนี้อพยพลงมาอาศัยอยู่รวมกันในพื้นที่ที่รัฐจัดให้ แต่ยังมีอาศัยอยู่บ้างโดยเฉพาะพวกที่เคลื่อนย้ายไปมาระหว่าง ไทย-เมียนมาร์ ทั้งในเขตพื้นที่ จ.เพชรบุรี จ.ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมักไปมาหาสู่กัน สำหรับบางกลุ่มที่เข้ามาภายหลังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินให้ ได้อาศัยอยู่กับเพื่อนบ้าน และมักอาศัยเก็บหาของป่าและล่าสัตว์เพื่อยังชีพ ส่วนซากที่สามารถขายได้ จะฉวยโอกาสหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่นำออกไปขายให้กลุ่มรับซื้อซากสัตว์ป่า เช่น หัวเลียงผา กระทิงและเสือโคร่ง รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน จ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้จับกุมตัวนายแฮซะ และนายนภดล จีบ้ง สองพ่อลูกชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ซึ่งก่อนฆ่าชำแหละเลียงผา ในเขตอุทยานแห่งขาติแก่งกระจาน และนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี

สำหรับเลียงผา จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุว่า เป็นสัตว์กีบคู่ (Artiodactyla) ในวงศ์มหิงสา (Bovidae) เช่นเดียวกับวัว ควาย แพะ แกะ อยู่ในวงศ์ย่อยแพะแกะ (Caprinae) เป็นสัตว์โบราณที่สุดของวงศ์ย่อยแพะแกะ ชอบอาศัยตามหน้าผาสูงชัน เป็น 1 ใน 15 สัตว์ป่าสงวนและใกล้สูญพันธุ์ คาดว่าเหลืออยู่ในเมืองไทยประมาณ 500 ตัว และอาศัยในพื้นที่มีขอบเขตจำกัดในอดีตและปัจจุบัน มีความเชื่อว่าเลียงผามีน้ำลายที่สมานกระดูกและสมานแผลได้ จึงมีการล่าเพื่อเอาน้ำมันเลียงผามาใช้รักษาแผลและสมานกระดูก โดยนำหัวและกระดูกไปต้มกับน้ำมันมะพร้าวเพื่อเคี่ยวเอาน้ำมัน