หน้าแรก ภูมิภาค นักเรียนผี โผ...

นักเรียนผี โผล่ อีกกว่า 10 โรงเรียน ปปท.เขต3 คาด ผอ.อัพเกรดขนาดหวัง แป๊ะเจี๊ยะ

26.11.18 | 10:39 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.เขต3 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนขามสะแกแสง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา หลังจากที่นายรังสิโรจน์ ปาลวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนขามสะแกแสงคนใหม่ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ประมาณ 1 เดือนเศษ รายงานว่าพบชื่อนักเรียนที่ไม่มีตัวตนอยู่ในโรงเรียน หรือนักเรียนผี เกินเข้ามาในบัญชีรายชื่อนักเรียนที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน จำนวน 196 คน โดยมีจำนวนที่ระบุอยู่ในฐานข้อมูลออนไลน์ของ สพฐ.จำนวน 1,510 คน แต่เมื่อตรวจสอบในชั้นเรียนจริง พบว่ามีนักเรียนอยู่เพียง 1,319 คน ซึ่งอาจจะเข้าข่ายทุจริตคอรัปชั่นได้นั้น

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ต.ท.สามารถ ไชยณรงค์ ผอ.ป.ป.ท. เขต3 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ศรีสะเกษ ยโสธร และนครราชสีมา ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามี 3 โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนเกินกว่าที่มีอยู่จริง ดังนั้นตนเองจึงได้วางเครือข่ายในการแจ้งเบาะแสโรงเรียนในพื้นที่ 8 จังหวัดที่อยู่ในการดูแลของ ป.ป.ท.เขต3 ประกอบไปด้วย สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ชัยภูมิ และนครราชสีมา ซึ่งมีโรงเรียนทั้งในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือ สพม.ทั้ง 4 เขต ได้แก่ เขต 28,29,30 และ 31

“ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีอีกไม่ต่ำกว่า 10 โรงเรียน ที่มีการใส่จำนวนนักเรียนที่ไม่มีอยู่จริง เพิ่มเข้าไปในบัญชีรายชื่อ เพื่อเป็นการอัพเกรดจากโรงเรียนระดับเล็ก ที่มีนักเรียนไม่เกิน 500 คน ให้เป็นโรงเรียนขนาดกลางที่มีนักเรียนมากกว่า 500-1,499 คน เพื่อหวังผลในการโยกย้ายผู้อำนวยการ ไปอยู่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งสัปดาห์นี้ ป.ป.ท.เขต3 จะเร่งลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบโรงเรียนที่ได้รับแจ้งข้อมูลเข้ามานี้ เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ยังจะต้องจับตาดูว่าเหตุใดผู้อำนวยการโรงเรียนเหล่านี้ จึงอยากโยกย้ายขึ้นไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ ทั้งที่มีอัตราเงินเดือนเท่ากัน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะมีผลประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน โดยเฉพาะเรื่องของการรับแป๊ะเจี๊ยะนักเรียนที่จะเข้ามาเรียนเป็นรายหัว ซึ่งถ้าได้อยู่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ จะมีโอกาสได้เงินแป๊ะเจี๊ยะมหาศาล ดังนั้น ป.ป.ท.เขต3 จะต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เพื่อสืบหาข้อมูลและเส้นทางการเงินของแต่ละโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุริตคอรัปชั่นขึ้นในวงการการศึกษาไทยต่อไป”พ.ต.ท.สามารถ กล่าว