หน้าแรก ภูมิภาค เจออีก &#8220...

เจออีก “โอท็อปร้าง” ข้างศาลากลางประจวบฯ ใช้งบสร้างจากโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบเขาข่องกระจก

26.11.18 | 13:40 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายสุวิทย์ พุกกะเวส นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากจัดประชุมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหาตลาดร้างไม่มีผู้จำหน่ายสินค้า ภายหลังหน่วยงานราชการใช้งบพัฒนาจังหวัดกว่า 20 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 และงบประมาณปี 2560 ทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยที่เชิงเขาทุ่งกระต่ายขัง ริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ หมู่ 3 ต.อ่าวน้อย ล่าสุดจะนำเสนอรายงานการประชุมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบ ส่วนแนวทางการพัฒนาตลาดต้องรอรับมอบนโยบายและข้อสั่งการจากผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่า สำหรับการตั้งข้อสังเกตการก่อสร้างบางโครงการมีการใช้งบประมาณค่อนข้างสูง นั้นจะต้องตรวจสอบรายละเอียดโครงสร้างทั้งหมด

ด้าน นางรพิพรรณ อ๊อตวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า รับทราบข้อมูลตลาดร้างจากการเสนอข้อมูลผ่านสื่อแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากสื่อมวลชนมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเขียนคำร้องถึง สตง.ได้โดยลงชื่อและนามสกุลจริงประกอบการร้องเรียนให้ตรวจสอบปัญหาการทุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการศาลากลางจังหวัด ขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณกว่า 1.1 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารโอท็อปด้านข้างศาลากลางทิศตะวันออก โดยรื้อโรงอาหารศาลากลางในจุดเดิมนานเกือบ 2 ปี จากนั้นมีการตั้งต็นท์โรงอาหารชั่วคราวบริเวณลานจอดรถ และ หลังจากอาคารสร้างเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2561ขณะที่สัญญาจ้างกำหนดเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2560 ปัจจุบันสำนักงานโยธาธิการจังหวัดส่งมอบอาคารให้สำนักงานจังหวัดแล้ว แต่ไม่เปิดใช้งานตามวัตถุประสงค์

จากการตรวจสอบพบว่าอาคารโอท็อปดังกล่าวทางราชการได้ลงนามในสัญญาจ้างกับบริษัทผู้รับเหมาเพียงสัญญาเดียว จากการใช้งบพัฒนาจังหวัด 16.9 ล้านบาท จากโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบเขาช่องกระจก ออกแบบโดยสำนักงานโยธาธิการจังหวัด ซึ่งเป็นงบประมาณในภารกิจเดียวกันกับการสร้างร้านจำหน่ายอาหารลิง 6.7 แสนบาทหน้าวัดธรรมิการาม ใกล้ทางขึ้นเขาช่องกระจก ปัจจุบันหลังสร้างเสร็จนานเกือบปีแต่ไม่เปิดใช้งานเช่นกัน หลังจากมติสภาเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ไม่รับโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีการก่อสร้างโดยพลการไม่ผ่านความเห็นของสภาท้องถิ่น

Advertisement