หน้าแรก ภูมิภาค ลุงวัย 62 ไปแ...

ลุงวัย 62 ไปแจ้งความ หลังถูกพ่อเด็ก 6 ขวบ อารมณ์ร้อน ไปตะโกนใส่ “ลูกกูจบแต่กูไม่จบ”

26.11.18 | 22:50 น.

จากกรณี ในสังคมออนไลน์ใน จ.ชลบุรี มีการแชร์ คลิปเด็กชายคนหนึ่งอายุ 10 ปี ใส่ชุดลูกเสือ ซึ่งกำลังอยู่ในอาการโมโห ยืนกำหมัด มองหน้านายบรรพต สีทาบุตร อายุ 62 ปี อายุ 62 ปี ที่นั่งอยู่ร้านขายหมูปิ้งริมถนน บ้านเลขที่ 31/3 หมู่ 11 หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงเรียนแห่งหนึ่ง

ทั้งนี้เหตุการณ์ภายในคลิป นั้น แม่เด็กได้ออกมาพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดัง และห้ามปราม พร้อมกับบอกว่าลูกชายของตนเองนั้นเป็น คนนิสัยแบบนี้จะให้ทำยังไง ลูกชายผิดเอง ไม่ใช่พ่อ แม่อย่าเอาพ่อแม่ไปรวมด้วย แม่สั่งสอนแล้วแต่ลูกชายไม่ฟัง แล้วจะให้ทำยังไง จะฆ่ามันหรือไง ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้ามาเคลียร์ปัญหาให้ทั้งสองฝ่ายปรับความเข้าใจกันแล้ว

ล่าสุด วันที่ 26 พ.ย. นายบรรพต หรือลุงต๋อย อายุ 62 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.หญิง บุญสิตา หาสิน รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายนพดล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี พ่อของเด็ก ในข้อหาพยายามข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย หลังเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้ขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนหาขณะทำงานเป็นรปภ.อยู่ที่หมู่บ้าน

ลุงต๋อย ให้การว่า นายนพดล ขี่รถจักรยานยนต์มารอบแรกตะโกนมาแต่ไกลว่า “ลูกกูจบแต่กูไม่จบ” เมื่อได้ยินด้วยสัญชาตญาณจึงวิ่งหนีออกจากป้อมเข้าไปหลบในหมู่บ้านเพราะกลัวว่าจะถูกทำร้าย จากนั้นนายนพดลยังคงขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่ทางเข้าหมู่บ้านหลายครั้ง ซึ่งดูแล้วเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความ

Advertisement

จากนั้นร.ต.อ.หญิงบุญสิตา ได้เรียกนายนพดล มาไกล่เกลี่ยกับลุงต๋อย โดยยอมรับว่าขี่รถจักรยานยนต์ไปหาลุงต๋อยจริง เนื่องจากมานั่งดูคลิปแล้วรู้สึกไม่เป็นธรรมต่อครอบครัว ทำให้ครอบครัวถูกคนในสังคมประณามถึงพฤติกรรมของลูกชายว่าเป็นเด็กกร้าวร้าว จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ไปหาลุงต๋อย เพื่อจะสอบถามพูดคุยโดยไม่มีเจตนาที่ข่มขู่ อยากให้ลุงต๋อยให้อภัยตนด้วยและสัญญาจะไม่ทำแบบนี้อีก เมื่อลุงต๋อยได้ฟังแล้วก็ยอมให้อภัยและไม่ติดใจเอาความ

แต่นายนพดล ก็ถูกตำรวจเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1 พันบาท ในข้อหาข่มขู่ให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว แล้วให้แยกย้ายกันกลับบ้าน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง 10 ขวบ อารมณ์ร้อน ยืนกำหมัดมองหน้าลุง 62 ปี แม่บอก ‘จะทำยังไงสอนแล้วมันเป็นอย่างนี้’