เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบ เก็บหลักฐาน สอบสวนพยานเพิ่มเติม กรณีมีพ่อแม่ผู้ปกครอง เด็กอายุ 14 ปี ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม คือ นายเสลา อินทะวงษ์ อายุ 52 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอนยางนาง หมู่ 1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมด้วยภรรยา คือ นางนิตยา อินทะวงษ์ อายุ 45 ปี รวมถึงญาติพี่น้อง หอบเอกสารหลักฐาน เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองนครพนม และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ ตำรวจจราจรนายหนึ่ง กล่าวหาว่ากระทำเกินกว่าเหตุ ทำให้ลูกชาย คือ ด.ช.ธนาวุฒิ อินทะวงษ์ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 เรียนอยู่ที่โรงเรียนศรีบัวบาน บ้านเนินสะอาด ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนครพนม ติดตามจับหลังกระทำผิด พ.ร.บ.จราจร ไม่สวมหมวกกันน็อก จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ
โดยรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 เอส สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กมน 507 นครพนม ของเด็กชายวัย 14 ปี เสียหลักชนต้นไม้ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตภายหลังพลเมืองดีนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม เหตุเกิดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน บริเวณถนน บ้านนาสมดี หลังวิทยาลัยเทคนิคเดิม นครพนม แต่ภายหลังได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ จึงต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ
โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนายดังกล่าว ได้มีการขี่รถจักรยานยนต์พยายามติดตามจับกุมผู้ตายมาตั้งแต่ 4 แยกบ้านน้อยใต้ ทางเข้าตัวเมืองนครพนม มุ่งหน้าไปยังถนนเลี่ยงเมือง ออกไปยัง อ.ท่าอุเทน ก่อนมีการเลี้ยวเข้าสู่ถนน มุ่งหน้าไปยังบ้านนาสมดี จนถึงจุดเกิดเหตุระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางโค้ง ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักชนต้นไม้ข้างถนน ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีพลเมืองดี สามีภรรยา คือ นายสุรเดช มาบัว อายุ 37 ปี พร้อมด้วยภรรยา คือ นางปานเงิน บัวลิ อายุ 29 ปี ชาวบ้านเนินสะอาด ต.นาราชควาย อ.เมืองนครพนม ได้ขับรถยนต์มุ่งหน้ามาตามเส้นทางเดียวกัน และพบเห็นเหตุการณ์ว่ามีตำรวจจราจรนายหนึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไล่จับรถจักรยานยนต์ผู้ตาย และมีเสียงตะโกนให้หยุดรถ ซึ่งมาด้วยความเร็วทั้ง 2 คัน แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุด จนในที่สุดรถผู้ตายเสียหลักชนต้นไม้ข้างถนน เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนพลเมืองดีที่ติดตามมาได้ถ่ายคลิปช่วงเกิดเหตุไว้ และเข้าไปช่วยเหลือนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม แต่เสียชีวิตภายหลัง ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าเลือดท่วมปอด
ด้าน พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ตั้งคณะทำงานตรวจสอบติดตาม สอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการ เบื้องต้นได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานสอบสวนพยานเพิ่มเติม ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งยอมรับว่าตำรวจจราจรมีการติดตามจับกุมเด็กผู้ตายจริง หลังมีการตั้งจุดตรวจในตัวเมือง แต่ผู้ตายไม่สวมหมวกกันน็อก และพยายามหนีด่านตรวจ และฝ่าไฟแดง ทางตำรวจจราจรจึงติดตามจับกุม และเกิดเหตุขึ้น
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในประเด็นตามข้อร้องเรียนว่าเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิต หรือกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ จะต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐาน และสรุปผลการสอบสวนตามขั้นตอน อยู่ระหว่างการดำเนินการ ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย หากตำรวจปฏิบัติหน้าที่เข้าข่ายความผิดก็ต้องรับผิด หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย จะต้องให้ความเป็นธรรมผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ทุกอย่างมีขั้นตอนการดำเนินการ ขอให้มั่นใจในการทำงานของตำรวจ ซึ่งหากผิดจริงไม่ว่ากรณีใดๆ ไม่มีละเว้น จะต้องเอาผิดทั้งทางวินัย และทางอาญา อย่างแน่นอน

