วันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่าที่ห้องประชุมคำชะโนด ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายสมหวัง พ่วงบางโพ รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดการรับฟังความคิดเห็น ผู้มีส่วนได้เสียโครงการเหมืองแร่โพแทช จ.อุดรธานี ของ บ.เอเชีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์เปอร์เรชั่น จก. หรือ เอพีพีซี. เพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลการจัดเวทีฯเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559 ที่อาคารอเนกประสงค์ รร.โนนสูงพิทยาคาร อ.เมืองอุดรธานี โดยมีนายธนวรรธน์ เลิศสุคนธ์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี นำคณะกรรมการร่วมประชุม
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา เอกสารสรุปการรับฟังความคิดเห็น เป็นกระดาษความหนา 21 หน้า อ้างถึง รมว.อุตสาหกรรม ขอให้ จ.อุดรธานี จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการเหมืองแร่โพแทช ของ บ.เอพีพีซี. ประกอบการยื่นคำขอประทานบัตร 26,000 ไร่ มูลค่า 4 แสนล้านบาท ตาม ม.88/7 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2545 ซึ่งผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการ โดยใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็น พ.ศ.2548 ก่อนจัดเวที 7 ข้อ และหลังจัดเวที 12 ข้อ
จากนั้น ประชาชนได้ร่วมเวทีซึ่งมีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้าน จัดพื้นที่แยกเป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่ง ทั้งนี้ผู้คัดค้านได้เป่านกหวีด แต่เวทีฯได้ดำเนินการต่อ ไม่มีเหตุการณ์การเชิญ หรือควบคุมบุคคลที่ก่อกวนออกภายนอก การชี้แจงโครงการของหน่วยงานรัฐ และผู้ขอรับประทานบัตรเสร็จสิ้น ได้รับฟังความคิดเห็นผู้มาร่วมเวที 21 คน เป็นผู้มีส่วนได้เสีย 11 คน ทั่วไป 10 คน ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งได้ถอดเทปคำพูดบันทึกในรายงาน และยังแบบสอบถาม 1,289 คน เป็นผู้มีส่วนได้เสีย 476 คน ทั่วไป 810 คน
ตัวแทนกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ชี้แจงด้วยว่า การยื่นหนังสือของกลุ่มอนุรักษ์ฯ คัดค้านโครงการและการจัดทำเวทีมี 3 ประเด็น ประเด็นแรก ผู้มีส่วนได้เสียเปลี่ยนแปลง ยังไม่มีการสำรวจใหม่ จะไม่มีผลกระทบกับเวทีฯ เพราะได้ประกาศและประชาสัมพันธ์ ครอบคลุมพื้นที่แล้ว , ประเด็นที่ 2 อยู่ในระหว่างการฟ้องศาลปกครอง ซึ่งก่อนจัดเวทีฯผู้คัดค้านได้ร้องต่อศาลปกครอง ขอให้คุ้มครองแต่ศาลไม่มีคำสั่ง และประเด็นที่ 3 การทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์เหมืองแร่โพแทชอีสาน มีการจัดทำไปแล้วเมื่อปี 54
นายสมหวัง พ่วงบางโพ รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวสรุปว่า รายงานการจัดทำเวทีฯครั้งนี้ ให้เสนอในลักษณะรายงาน ไม่ต้องสรุปประเด็น เพื่อออกประกาศก่อนวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ จากนั้นผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี จะส่งรายงานให้ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งขั้นตอนที่ได้รับแจ้ง กพร.จะมีคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องนี้เฉพาะ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการแพร่ ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานฯ พิจารณาส่งขึ้นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้การจัดทำเวทีฯของอุดรธานีถือว่าเสร็จสิ้น เป็นหน้าที่ของ กพร.ต้องชี้แจงตอบคำถาม สำหรับทรัพย์สินในแผ่นดิน มูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท จะต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ให้ผู้คนมาต่อว่าภายหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการแสดงความคิดเห็นของกลุ่มเห็นด้วยนั้นมองว่า เชื่อมั่นหน่วยงานรัฐ การจัดทำ อีไอเอ. ที่สามารถดูแลผลกระทบได้ ซึ่งจะมีผลดีมากกว่าผลเสีย ท้องถิ่นจะได้ค่าภาคหลวง ลูกหลานจะมีงานทำ ขณะผู้คัดค้านระบุว่า หน่วยงานรัฐเข้าข้างนายทุน มีการลักขัดตอนจนชาวบ้านฟ้องศาลปกครอง อีกทั้งไม่เชื่อถือ อีเอไอ. ฉบับนี้ ยังมีความคลางแคลงใจ เรื่องกองเกลือยักษ์สูง 40 ม.พื้นที่มากกว่าสนามฟุตบอลหลายสนาม , การแพร่กระจายดินเค็ม , การแย่งน้ำจากภาคประชาชน และไม่เชื่อมั่นอำนาจการบังคับของรัฐ เพราะอุดรธานีที่ผ่านมาแก้โรงงานแปรรูปยางพาราเหม็นยังไม่ได้

