หน้าแรก ภูมิภาค อธิการ มทร.อี...

อธิการ มทร.อีสานชี้ ปปช.ขยายเวลาแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ไม่ช่วยอะไร หวั่นวุ่นทั่วปท.!

1.12.18 | 10:27 น.

ภายหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ออกประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2561 และให้มีผลบังคับใช้ วันที่ 2 ธ.ค. 2561 และต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 13 พ.ย. 2561 ให้ขยายการบังคับใช้ประกาศดังกล่าว สำหรับตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าออกไปอีก 60 วัน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 นั้น

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ในฐานะประธาน ทปอ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่า แม้ ป.ป.ช.จะขยายเวลาในการประกาศใช้กฎหมายยื่นบัญชีทรัพย์สินออกไปอีก 60 วัน ก็ยังไม่มีอะไรจูงใจให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยดำรงอยู่ในตำแหน่งต่อ หลายคนมีโอกาสที่จะลาออกจากตำแหน่งแน่นอน ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศมีความโกลาหลขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการอนุมัติให้นักศึกษาในสถาบันจบการศึกษา คงจะทำไม่ได้ เพราะสภามหาวิทยาลัยเป็นคนอนุมัติ อีกอย่างเรื่องของการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรสมัยใหม่ ตนคิดว่าถ้ากระบวนการของสภามหาวิทยาลัยไม่เกิด แม้จะมีการปรับปรุงในสภาวิชาการเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม สุดท้ายก็ต้องมาให้สภามหาวิทยาลัยอนุมัติ ดังนั้นความคาดหวังที่จะปรับปรุงหลักสูตรของมหาวิทยาลัยให้มีความทันสมัย ทันต่อยุคสมัยใหม่ ก็จะเกิดปัญหาอย่างมาก ถ้าสภามหาวิทยาลัยไม่ครบองค์ประชุม เช่นสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประมาณ 15 คน ซึ่งมีทั้งนายกสภาฯ และอุปนายกสภาฯ จากคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมด 29 คน อีก 14 คน เป็นกรรมการฝั่งบริหาร ถ้าหากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พากันลาออกกันหมดเลย องค์ประชุมจะดำเนินไปต่อไม่ได้ เพราะคนที่ดำเนินกิจกรรมของสภาไม่ใช่ฝั่งบริหาร แต่เป็นฝั่งของนายกสภาฯ และอุปนายกสภาฯ

ผศ.ดร.วิโรจน์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ อย่ามองเฉพาะจำนวน แต่ต้องมองไปถึงองค์ประกอบของสภาฯ ด้วย ถ้าองค์ประกอบของสภาไม่ครบจะดำเนินการต่อได้หรือไม่ เช่น ใน 7 กลุ่มสาขาวิชา ขาดองค์ประกอบไปสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งได้หรือไม่ ตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน โดยเฉพาะกลุ่มสาขาวิชาที่เน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถ้าไม่มีเลยจะใช้ได้หรือไม่ ต้องเดือดร้อนนักกฎหมายมาตีความอีกที ดังนั้น ประเด็นที่ว่า ถ้ามติ ป.ป.ช.ในวันนี้แค่ขยายเวลาประกาศกฎหมายแจ้งบัญชีทรัพย์สินไปอีก 60 วัน ตนว่าไม่มีผลกับการตัดสินใจลาออกของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภามหาวิทยาลัย ยกเว้นจะมีเงื่อนไขอื่นเข้ามา ซึ่งตนคิดว่า ทั้งที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ และลามไปถึงองค์ประชุมของสภาบันอาชีวะศึกษา รวมทั้งบอร์ดของวิทยาลัยชุมชนด้วย ก็ทำนองเดียวกันที่มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ ซึ่งตนคิดว่าถ้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในสถาบันการศึกษาต่างๆ ข้างต้น ทุกคนมีความรู้สึกลึกๆ ว่า การแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซึ่งหลายคนก็คงจะตัดสินใจลาออกกันจำนวนมาก แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือหลังจากท่านเหล่านั้นพากันลาออกแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าองค์ประชุม และองค์ประกอบไม่ครบ ซึ่งตนย้ำว่าในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนั้น ตนยินดีที่จะแจ้งบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด แต่สำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตนไม่เห็นด้วย.