ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหึงหวงเมียน้อย ถือปืนขู่ก่อนแย่งกันจนลั่นเจาะอกดับ ส่วนเมียน้อยถูกปืนยิงทะลุมือบาดเจ็บ ด้านเมียหลวงเผยอยู่กัน 3 คนผัวเมีย สามีมักหึงหวงเมียน้อยจนมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่แตง คุมตัวนางศิริเพ็ญ คำดง อายุ 38 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังเกิดเหตุทะเลาะกับนายมานิตย์ ศรีออน อายุ 58 ปี สามี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านทรายมูล ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่แตง จนมีการยื้อแย่งอาวุธปืน และปืนเกิดลั่นกระสุนเจาะทะลุกลางอกนายมานิตย์จนเสียชีวิต ขณะที่นางศริเพ็ญ ถูกกระสุนปืนลั่นโดนมือขวาจนทะลุเป็นแผลฉกรรจ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดที่ หมู่ 5บ้านทรายมูล ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุนางพรรณี คิดชัย อายุ 64 ปี ภรรยาหลวง ซึ่งอยู่ในบ้านหลังเดียวกันได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ
ทั้งนี้ พ.ต.อ.สถาพร โพธิ์ศรี และ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สิทธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาควบคุมการทำแผนด้วยตัวเอง เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้จำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ หลังจากนายมานิตย์ตามนางศิริเพ็ญกลับมาที่บ้าน และถืออาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์มาเคาะประตูเรียกที่หน้าห้องนอน ก่อนจะพังประตูเข้าไปและใช้อาวุธปืนข่มขู่นางศิริเพ็ญ จนนางศิริเพ็ญวิ่งหนีออกมานอกห้องนอน และเกิดการยื้อแย่งปืนกันขึ้นจนกระสุนลั่นเจาะกลางอกของนายมานิตย์จนล้มลงกับพื้นและเสียชีวิต จากนั้นนางศิริเพ็ญได้หยิบอาวุธปืนไปวางไว้บนที่นอนภายในห้อง
ด้านนางพรรณี ภรรยาหลวง กล่าวว่า ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของสามี เนื่องจากทั้งคู่มักทะเลาะและมีปากเสียงกันบ่อยครั้งเรื่องความหึงหวง โดยตนเองมีปัญหาด้านสุขภาพมานานหลายปี จึงบอกกับสามีว่า หากอยากมีภรรยาใหม่ก็ได้ จากนั้นนายมานิตย์ก็พานางศิริเพ็ญเข้ามาอยู่ในบ้าน และอยู่ด้วยกัน 3 คน มานานกว่า 2 ปีแล้ว ที่ผ่านมาตนเห็นสามีและนางศิริเพ็ญภรรยาน้อยทะเลาะกันบ่อยครั้ง เรื่องความหึงหวง แต่ไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงจนกระทั่งครั้งนี้
ด้านนางศิริเพ็ญ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนออกไปดื่มเบียร์กับเพื่อน จากนั้นช่วงหัวค่ำก็ไปดื่มต่อที่งานศพ ซึ่งนายมานิตย์สามีก็มาตามหา จนตนเองขี่รถจักรยานยนต์หนีกลับมาบ้าน ไม่นานนายมานิตย์ก็ตามมา และถืออาวุธปืนมาเคาะประตูเรียก ด้วยความกลัวจึงพยายามจะวิ่งหนี แต่นายมานิตย์ก็วิ่งตามมาจนเกิดการแย่งปืนกันขึ้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ และไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย หลังมีปากเสียงกันก็ตั้งใจจะหนีไปนอนที่บ้านยายแล้ว แต่นายมานิตย์ไม่ยอม ซึ่งตนเองก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน
ด้าน พ.ต.อ.สถาพร กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหา กระทำการด้วยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไว้ก่อน จากนั้นจะรวบรวบพยานหลักฐาน และสอบปากคำพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบว่าเป็นการป้องกันตัวโดยชอบ นางศิริเพ็ญผู้ต้องหาก็จะไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ส่วน พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ของนายมานิตย์ผู้เสียชีวิตไม่มีทะเบียน จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมาย แต่เนื่องจากผู้ต้องหาเสียชีวิตแล้ว จึงจะมีคำสั่งไม่ฟ้องในภายหลังต่อไป


