จากกรณี นางมณฑา เอี่ยมสะอาด อายุ 61 ปี และนายคำภา เอี่ยมสะอาด อายุ 60 ปี สองสามีภรรยา อาชีพเก็บผักขายและรับจ้างทั่วไป ชาว อ.ละแม จ.ชุมพร ได้รับใบแจ้งค่าน้ำประปาของเดือนตุลาคม 2561 จากการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เป็นจำนวนเงินสูงถึง 32,518.08 บาท ทั้งที่อยู่กันแค่สองคน และมีฐานะค่อนข้างยากจน จนทำให้ทั้งสองคนต้องร้องขอความเป็นธรรมนั้น
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจีรศักดิ์ หัถชีพ ผู้จัดการ กปภ.สาขา อ.หลังสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบประปาและฝ่ายบริการ ได้เดินทางเขาพบสองสามีภรรยาที่บ้านพัก โดยนายจีรศักดิ์และเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบท่อประปารอบๆ บ้านเพื่อหาสาเหตุว่ามีการรั่วไหลในจุดใดบ้างหรือไม่
นายจีรศักดิ์เปิดเผยว่า นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการ กปภ.ได้โทรศัพท์สั่งการด่วนตั้งแต่ 06.00 น.วันเดียวกัน ขอให้ตนนำเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบ พร้อมสั่งให้เยียวยาสองสามีภรรยากรณีค่าน้ำประปาสูงเกินความจริง โดยให้ยกเลิกค่าน้ำประปา 32,518.08 บาท และให้เก็บค่าน้ำประปาเท่าที่สองสามีภรรยาเคยใช้จริง เฉลี่ยคือเดือนละประมาณ 100 กว่าบาท เป็นเวลา 3 เดือนย้อนหลัง และให้ตรวจสอบท่อน้ำภายในบ้านของนางมณฑาและนายคำภาให้เรียบร้อย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าท่อประปาบางจุดมีรอยร้าวเล็กน้อย แต่ยังไม่มีน้ำรั่วออกมา เพราะอยู่ใต้ดิน เจ้าหน้าที่จึงทำการซ่อมให้เรียบร้อย

ด้าน นางมณฑาและนายคำภากล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาในเรื่องนี้ เพราะตนสองคนคงไม่มีเงินไปจ่ายค่าน้ำประปามากขนาดนั้น และที่ผ่านมาก็เสียค่าน้ำเดือนละร้อยกว่าบาทเท่านั้น หาก กปภ.จะฟ้องเรื่องนี้ตนสองคนก็เตรียมตัวย้ายหนีไปอาศัยที่อื่น เพราะไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร แต่ตอนนี้รู้สึกโล่งใจ สบายใจ และจะได้ออกไปเก็บผักขายต่อไป ก่อนหันมาถามผู้สื่อข่าวว่า ตนสองคนยังต้องเดินทางไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมอีกหรือไม่ เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่าคงไม่ต้องแล้ว สองสามีภรรยาก็มีสีหน้าดีขึ้น และยิ้มด้วยความโล่งใจ


