เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 5 ธันวาคม ร.ต.อ.สุคชัย ธรรมสุรีย์ รอง สว.ท่องเที่ยวเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้นำกำลังควบคุมตัว พลทหาร จักรภัทร คำเรือง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 และนายพิตตินันท์ เจริญวงษ์ อายุ 31 ปี อยู่ในอาการมึนเมาอย่างขาดสติ ตะโกนโหวกเหวกโวยวายลั่น ควบคุมตัวมาส่งยัง สภ.เมืองพัทยา
จากการสอบถาม ร.ต.อ.สุคชัย ธรรมสุรีย์ เปิดเผยว่า ก่อนการจับกุมได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่ามีชายมึนเมาสุรา ก่อความเดือดร้อนรำคาญ เดินเซชนนักท่องเที่ยวและด่าทอโวยวายภายในถนนวอล์กกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ จึงได้นำกำลังเข้าไปตรวจสอบเพื่อป้องกันเหตุ ไปถึงพบชายคนดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือ พลทหาร จักรภัทร กลับแสดงท่าที่ขัดขืนใช้เท้าถีบใส่ตำรวจและอาสาที่ระงับเหตุ พลเมืองดีที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเห็นท่าไม่ดีจึงเข้ามาช่วยจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ จังหวะนั้น นายพิตตินันท์ เห็นว่าเพื่อนของตนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ก็พยายามเข้ามาขัดขวาง เจ้าหน้าที่พยายามห้ามปราม แต่นายพิตตินันท์ไม่ฟังแล้วยังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ลักษณะเป็นรอยข่วนจากเล็บหลายจุด แต่ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ก่อนจะนำตัวส่งสถานีตำรวจดังกล่าว
ข่าวยังรายงานอีกว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวรอส่งตัวผู้ก่อเหตุทั้งสอง ก็ยังพยายามก่อกวน ส่งเสียงดัง ด่าทอ ด้วยคำหยาบคายลั่นภายในโรงพัก อีกทั้งยังพาลด่าทอชาวบ้านที่มาใช้บริการในโรงพัก ก่อนที่พลทหาร จักรภัทร จะประกาศตัวเป็นทหาร ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยวาจาหยาบคาย พร้อมทั้งยังท่าชกต่อย ท้ายิง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลางโรงพักอย่างไม่มีความเกรงกลัวกฎหมายแต่อย่างใด

เบื้องต้นได้ควบคุมตัวทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งดำเนินคดีในข้อกล่าวหาเมาประพฤติตนวุ่นวาย ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทำร้ายเจ้าพนักงานในเครื่องแบบ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อไป
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีทราบว่า นายจักรภัทร คำเรือง และนายพิตตินันท์ เจริญวงษ์ ยังถูกคุมตัวไว้ที่ห้องกักขัง สภ.เมืองพัทยา โดยทาง พ.ต.ท.ธัมมัญชิษฐ์ สิทธิศาสตร์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จำนำตัวทั้ง 2 คนส่งฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้ ซึ่งในวันนี้ศาลจังหวัดพัทยาหยุดทำการ โดยนายจักรภัทร คำเรือง ถูกส่งฟ้องในข้องกล่าวหา เมาสุราจนเป็นเหตุให้ประพฤติตนวุ่นวายก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่นในที่สาธารณะ
ส่วนนายพิตตินันท์ เจริญวงษ์ โดน 2 ข้อหา เมาสุราจนเป็นเหตุให้ประพฤติตนวุ่นวายก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่นในที่สาธารณะ และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย



