หน้าแรก ภูมิภาค ไอ้หื่นบุกเข้...

ไอ้หื่นบุกเข้าห้องสาวหวังรีดเงิน-ข่มขืน เที่ยวพูดไม่กลัวตะราง เหตุเพิ่งพ้นคุกมา

7.12.18 | 20:47 น.

ไอ้หื่นเข้าห้องสาวรีดเงิน พร้อมหวังข่มขืน เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติด ไม่กลัวเที่ยวบอกใครๆเพิ่งออกคุก

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานความคืบหน้ากรณี นางสาว ก.อายุ 44ปี (นามสมมุติ) พักอยู่ห้องเช่า ขณะกำลังนอนหลับอยู่ในห้องต้องสะดุ้งตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงคล้ายคนเปิดประตูห้องเข้ามาทางด้านหลัง เปิดไฟดูพบมีชายหนุ่มชื่อต๋อยคนรู้จักกัน เข้าห้องมาโดยมีมีดปลอกผลไม้เป็นอาวุธด้วยความกลัวจึงใจดีสู้เสือพูดจาดีด้วยนายต๋อยบอกว่าเอาเงินมาให้กู 200 บาทซื้อยาบ้าเสพ


“จึงบอกว่าจะเอาเงินให้ อย่าทำอะไรหนูเลย ขณะตนกำลังหยิบกระเป๋าสตางค์เอาเงินให้ นายต๋อยพูดว่า กูไม่เอาเงินแล้วขอนอนด้วย พร้อมโถมเข้าหาบังคับให้นอนลงกับที่นอน หวังจะข่มขืน จังหวะนั้น ตนฮึดสู้ผลักร่างนายต๋อยออก แต่นายคนร้ายไม่ยอมเอามืออุดปาก และชกต่อยอย่างแรง เพื่อให้ยอมแต่ตนไม่ยอมแย่งมีดกับคนร้ายจนคนร้ายทำมีดหลุดมือ และเห็นท่าไม่ดีหนีออกจากห้องไปในความมืด”

ล่าสุดพบเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้มาที่ห้องเช่า เป็นห้องเช่าที่ 4 ชั้นเดียวติดพื้น มีคนเช่าอยู่ไม่กี่ห้องจัดว่าสภาพค่อนข้างเปลี่ยว ส่วนนางสาว ก.ได้กลับมาจาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร สภาพยังบอบช้ำ พบมีพ่ออายุ 70 กว่าปี แม่ อายุ 60 กว่าปี และหลานชายมาอยู่เป็นเพื่อนคอยดูแลโดยไม่ยอมให้ข้อมูลใดกับผู้สื่อข่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงวิธีการเอาตัวรอดจากผู้ต้องหาทราบว่า พยายามพูดดีด้วยให้ประวิงเวลาไม่ถูกไอ้หื่นละเมิดทางเพศให้ได้นานที่สุด

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามจากแรงงานกัมพูชาที่เช่าห้องอยู่ใกล้ ๆ ทราบข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุพบว่าไอ้หื่นมักแอบมองหญิงผู้เสียหายที่อยู่คนเดียวด้วยสายตาโลมเลียบ่อย โดยเคยมาดื่มกินเหล้ากับหลานชายของหญิงสาวผู้เสียหาย จนรู้เส้นทางเข้า-ออกบ้านดี จนกลางดึกได้ยินเสียงต่อสู้โครมครามแต่ไม่กล้าออกมาช่วยเหลือ

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าทราบชื่อผู้ต้องหาต่อมานายพิเชษฐ์ จันทร์แก้ว หรือ “ต๋อย” หลังก่อเหตุ ได้ประกาศบอกใครต่อใครไม่เคยกลัวคุกตะราง เพราะก่อนหน้าเพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติด และ มักมีอาการคลั่งยาบ่อยครั้งทราบว่าหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่แถบเขาน้อย ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรีโดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายจับอย่างเร่งด่วนแล้ว