หน้าแรก ภูมิภาค ป.ป.ท.เขต 3 จ...

ป.ป.ท.เขต 3 จู่โจมตรวจซ้ำ น.ร.ผี อุบลฯพบผิดชัดเจน โวยบิ๊ก สพฐ.ตั้ง ‘สายลับ’ คอยข่มขู่ผู้ให้ข้อมูล

10.12.18 | 13:05 น.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.สามารถ ไชยณรงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 3 (ผอ.ป.ป.ท.เขต 3) เปิดเผยว่า ได้นำเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 3 จู่โจมซ้ำ เข้าตรวจสอบโรงเรียนโดมประดิษฐ์วิทยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี สังกัด สพม.29 เพื่อตรวจสอบนักเรียนผี ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลและตรวจนับจำนวนนักเรียนมีเพียง 460 คน และพบนักเรียนไม่มีตัวตนตามข้อมูล DMC เกือบ 60 คน ซึ่งมีจำนวนแตกต่างจากข้อมูล รายงานยืนยันในระบบ DMC เมื่อปี 2559 และ 2560 อย่างเห็นได้ชัด มีการนำรายชื่อนักเรียนจากโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง มากรอกใบสมัครเข้าเรียนแล้วนำเลข 13 หลักมายืนยันข้อมูลบน DMC เพื่ออัพขนาดโรงเรียน โดยที่ตัวนักเรียนยังนั่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดิม (ร.ร.เดิมก็จะไม่ลงข้อมูล DMC) มีข้อสังเกตนักเรียนเหล่านี้มีบ้านพักอาศัยห่างจากโรงเรียนโดมประดิษฐ์ถึง 60-80 กม. ซึ่งสังคมสงสัยว่า น.ร.เหล่านี้มีความจำเป็นขนาดไหนที่ต้องเดินทางไกลมาเรียนโรงเรียนประจำตำบลติดชายแดนเขมรขนาดนั้น ดังนั้น จึงเชื่อว่ามีเจตนาทุจริต รายงานข้อมูลที่เป็นเท็จ เพื่ออัพเดตขนาดโรงเรียนจากขนาดเล็กเป็นโรงเรียนขนาดกลาง จนกระทั่งผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับการพิจารณาจาก กศจ.อุบลราชธานี ให้ไปดำรงตำแหน่งโรงเรียนบุณฑริกวิทยาคาร ที่มีปริมาณงานทั้งจำนวนครู นักเรียน และงบประมาณเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่

พ.ต.ท.สามารถกล่าวว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนโดมประดิษฐ์วิทยา คนปัจจุบันเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งไม่สามารถรับมอบหมายงานได้เพราะมีปัญหา 1.ข้อมูล น.ร./การเงิน/พัสดุครุภัณท์ที่ไม่เป็นจริง 2.จำนวนนักเรียนลดลงทันทีจากขนาดกลางเป็นขนาดเล็ก 3.ทะเบียนนักเรียนที่จะยืนยันตัวตนนักเรียนที่แท้จริงไม่มี 4.ข้อมูลการย้าย-เข้าออกของนักเรียนช่วงปี 2559-2560 ไม่มีให้ตรวจสอบยืนยัน และ 5.เงินงบประมาณถูกเบิกจ่ายโดยไม่มีเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นจำนวน 1 ล้านบาทเศษ

ด้านนายเฉลิมเกียรติ แก้วกนก ผอ.โรงเรียนไผ่ใหญ่ศึกษา อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าตรวจสอบเปิดโปงกระบวนการทุจริตนักเรียน “ผี” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 29 ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการ คือ 1.เป็นเจ้าพนักงานของรัฐกระทำหรืองดเว้นกระทำก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นและทางราชการเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152, มาตรา 157 2.จดข้อความอันเป็นเท็จแล้วรายงานเอกสารอันเป็นเท็จเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 3.เป็นตัวการและผู้สนับสนุนให้เกิดการกระทำผิด มาตรา 83, 86 และ 4.การกระทำดังกล่าวต่างกรรมต่างวาระเป็นความผิดหลายกระทง มาตรา 90, 91 เพราะฉะนั้น สพฐ.จึงไม่มีเหตุจูงใจอะไรที่จะบิดเบือนกฎหมายปกป้องคนกระทำผิด เช่นผู้อำนวยการโรงเรียน, ผู้รายงานเท็จ หรือแจ้งเท็จ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่ และ กศจ.ในฐานะ เป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารเท็จ

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการที่ สพฐ.ได้แต่งตั้งว่าที่ ร.ต.ทวีศักดิ์ นามศรี ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นที่โจษจันกันมากในหมู่ผู้บริหารโรงเรียน จ.อุบลราชธานี ว่า สพฐ.ลูบหน้าปะจมูกแต่งตั้งคนถูกกล่าวหามาตรวจสอบนักเรียนผี แต่ยังไม่มีผลสรุป เพราะผู้มาตรวจสอบเป็น กศจ.อุบลราชธานี ที่รับรองข้อมูลนักเรียนผีโรงเรียนดังกล่าวประกอบการย้ายเมื่อปี 2560 ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสีย กลายเป็นมวยล้มต้มคนดู ซึ่งนักเรียนผี จ.อุบลราชธานี ถูกเปิดเผย และตรวจสอบตามความจริง เพราะ ป.ป.ท.ภาค 3 ลงมาพื้นที่พบนักเรียนผีในจังหวัดอุบลราชธานี มี 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนโดมประดิษฐ์วิทยา สังกัด สพม.29 โรงเรียนตาลสุมพัฒนา สังกัด สพม.29 โรงเรียนสะพือวิทยาคาร สังกัด สพม.29 โรงเรียนนาคสมุทรสงเคราะห์ สังกัด สพป.อุบลราชธานี เขต 5 และโรงเรียนบ้านหนองเหล่า สพป.อุบลราชธานี เขต 1 ซึ่งโรงเรียนทั้ง 5 โรง ผู้บริหารได้ย้ายไปในโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อเดือนตุลาคม 2561 โดยการรับรองข้อมูล ของ ผอ.เขตพื้นที่ (ผอ.สพม.29 ผอ.สพป.อุบล เขต 5 และ ผอ.สพป.อุบล เขต 1 และเจ้าหน้าที่ผู้จัดทำข้อมูลของเขต ร่วมมือกับทางโรงเรียน) สังคมสงสัยว่า ทำไม สพฐ.จึงไม่เปิดเผยผลการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ สพฐ.แต่งตั้งว่าที่ ร.ต.ทวีศักดิ์ นามศรี ผอ.สพป.ศรีสะเกษ และเป็น ผู้แทน สพฐ.ใน กศจ.อุบลราชธานี หรือว่าอาจเป็นเพราะ สพฐ.มีเจตนาที่จะช่วยพรรคพวกที่เป็นบิ๊ก สพท.ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดจึงไม่ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา วันนี้ข้อมูลนักเรียนผี ของจังหวัดอุบลราชธานี จึงต้องอาศัยข้อมูลจาก ป.ป.ท.ภาค 3 เท่านั้น แต่สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นในการแก้ไขปัญหาของ สพฐ.วันนี้ นอกจากจะไม่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา โดยการตั้งพรรคพวกของผู้บริหารใน สพฐ.มาเป็นประธานสอบแล้ว บิ๊ก สพฐ.ยังมีการตั้ง “สายลับ” คอยข่มขู่ผู้ให้ข้อมูล และทำลายข้อมูลต่างๆ ที่ ป.ป.ท.ภาค 3 ตรวจพบแล้ว ผู้บริหารโรงเรียนหรือใครที่ให้ข้อมูลที่เป็นจริงก็จะถูกคาดโทษต่างๆ นานา จึงอยากจะฝากถึง ป.ป.ช. ป.ป.ท.และ รมว.ศธ. ผู้มีความตงฉิน ในเรื่องนี้จัดการแก้ไขกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง ท้าทายนโยบายของรัฐบาลด้วย

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม จะรวบรวมเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ให้ ป.ป.ช.ส่วนกลาง และ ป.ป.ท.ภาค 3 รวมทั้งยื่นให้ รมว.ศธ.และ คสช.ดำเนินการ เพราะไม่เชื่อในการแก้ไขปัญหาของ สพฐ.ที่มุ่งปกปิดความผิดของพรรคพวกตนเอง จนทำให้ปัญหาต่างๆ ของจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งยังลุกลามหนักขึ้นเรื่อยๆ

Advertisement