เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าวัดหนองกลับ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ กลุ่มชาวบ้านกว่า 500 คน ที่คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะมาอย่างยาวนาน ได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังคัดค้านไม่ให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้เคยออกมาประท้วงแสดงการคัดค้านหลายรอบ แต่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าจะมีการยุติการก่อสร้างจริง วันนี้จึงรวมกลุ่มมาชุมนุมประท้วงอีกครั้ง ด้วยการรวมตัวกันนำเอารถอีแต๋น รถไถนา รถกระบะ มาปิดถนนบริเวณ 4 แยกหนองบัว ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของทางหลวงหมายเลข 11 และทางหลวงหมายเลข 225 ที่มีรถใช้เส้นทางสัญจรในการเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือและภาคอีสานไม่สามารถใช้การได้ ตำรวจ สภ.หนองบัวต้องเปิดใช้ทางเบี่ยงอำนวยความสะดวกประชาชน โดยมี นายชนาธิป โคกมณี นายอำเภอหนองบัว ทหาร ตำรวจ รุดมาเจรจาทำความเข้าใจกับบรรดากลุ่มผู้ชุมนุม ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ออกมาตรวจตราเข้มในการป้องกันมือที่สามป่วนสร้างสถานการณ์ได้

ล่าสุดช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธิติศักดิ์ แก้วอ้น ผกก.สภ.หนองบัว พร้อมทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานความมั่นคง ประชุมเพื่อหาทางออกและเร่งเจรจาให้ผู้ชุมนุมเปิดถนนเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ปรากฏว่าผลการเจรจาล้มเหลวประชาชนไม่ยอมเจรจา เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ หรือกระทรวงทรัพยากรส่งเจ้าหน้าที่ที่สามารถจัดสินใจได้มาเจรจาหาข้อยุติ เพื่อยกเลิกการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านมีการวางแผนเพื่อปักหลักชุมนุมตลอดคืน โดยการนำเอารถอีแต๋นมาจอดล้อม กลุ่มผู้ชุมนุม ให้คนชรา ผู้สูงอายุนอนนกลางถนนในเต้นท์ผ้าใบ มีชายฉกรรจ์จัดเวรยามเฝ้าระวัง และโดยรอบก็นำเอายางรถยนต์จำนวนมากพร้อมน้ำมัน วางเป็นจุดโดยรอบกลุ่มผู้ชุมนุม และมีการจุดไฟยางรถยนต์เป็นจุดเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม เพราะว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มไม่พอใจ เพราะยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงมีการยกระดับการชุมนุมปิดเส้นทางสัญจร พร้อมปราศรัยโจมตีรัฐบาล



