หน้าแรก ภูมิภาค ช้างป่าตาบอด ...

ช้างป่าตาบอด “โหย” บุกบ้านคนกินมะม่วง เจ้าของบ้านไม่ตกใจ ปล่อยให้กินจนอิ่ม

6.05.16 | 14:03 น.

วันนี้ 6 พฤษภาคม 2559 ที่บ้านเลขที่ 139/1 หมู่ 2 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางจินตนา จันทะเกษ อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณ พบร่องรอยกิ่งมะม่วงหักเป็นจำนวนมาก ภายหลังจากที่ถูกช้างป่าตาบอดตัวขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘ไอ้แหว่ง’ บุกเข้ามาในสวนหย่อมภายในบริเวณบ้าน ก่อนจะใช้งวงเกี่ยวกิ่งมะม่วง พร้อมกับใช้หัวดันต้นเพื่อให้ลูกมะม่วงร่วงหล่นลงพื้นก่อนจะเก็บกิน ซึ่งหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระได้ช่วยกันทำความสะอาดเก็บกิ่งไม้ที่หักโค่นภายในบ้านและช่วยกันต้อนช้างตาบอดตัวดังกล่าวเข้าป่าไปเรียบร้อยแล้ว

โดยนางจินตนากล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังนั่งอยู่ภายในบ้านก็ได้ยินเสียงดังแปลกๆ มาจากทางด้านสวนหย่อมจึงเดินออกมาดู ปรากฏว่าพบช้างป่าตาบอดตัวดังกล่าวกำลังใช้งวงเกี่ยวกิ่งมะม่วงและใช้หัวดันต้นเพื่อให้ลูกมะม่วงที่อยู่บนต้นร่วงหล่นลงพื้นก่อนจะเก็บกินอย่างใจเย็น เมื่อกินมะม่วงที่ต้นแรกเสร็จก็เดินต่อไปยังต้นมะม่วงที่อยู่ใกล้กันอีกสองต้น พร้อมกับทำแบบเดิมและเก็บลูกมะม่วงกินอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งในขณะที่ช้างกำลังเก็บมะม่วงกินนั้น ตนได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพไว้ แต่ช้างก็ไม่มีท่าทีว่าจะทำร้ายคนในบ้าน ตนจึงไม่ได้ขับไล่และปล่อยให้ช้างกินจนอิ่ม ซึ่งเมื่อช้างกินจนอิ่มก็เดินออกไปทางด้านข้างกำแพงบ้านในเวลาประมาณ 07.30 น.

ตนไม่ได้รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากระยะนี้จะมีช้างป่าลงมาหากินในเขตชุมชนบ่อยครั้ง ซึ่งช้างป่าตัวนี้ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าไอ้แหว่ง มักจะลงมาหาอาหารกินเป็นประจำ โดยไม่ได้มีท่าทีดุร้ายที่จะทำร้ายใคร อีกทั้งช่วงนี้ในป่ามีสภาพแห้งแล้ง ทำให้ช้างขาดแคลนอาหารและน้ำจึงต้องลงมาหาอาหารกิน และช้างตัวนี้เป็นช้างตาบอด ตนจึงรู้สึกสงสารและปล่อยให้กินมะม่วงตามสบายโดยไม่ขับไล่และไม่คิดจะเรียกร้องความเสียหายจากหน่วยงานภาครัฐแต่อย่างใด

มีรายงานว่า สำหรับพื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านแก่งปลากด ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ก็ยังคงพบช้างป่าเดินข้ามถนนบริเวณริมถนนสายกาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อลงไปกินน้ำในแม่น้ำแควใหญ่ในช่วงเย็นของทุกวัน และระหว่างทางก็จะเดินเข้าไปหากินอาหารในพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน และกินน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ รวมทั้งภาชนะกักเก็บน้ำที่ตั้งอยู่ภายในบ้านเรือนของประชาชน ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วงนี้อากาศร้อนจัด จึงเกรงว่าอาจทำให้ช้างป่ามีอาการหงุดหงิดได้ง่ายหรืออาจตกมัน ซึ่งจะทำอันตรายต่อชาวบ้านได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่าช้างป่าทำร้ายชาวบ้านแต่อย่างใด ขณะที่หน่วยงานภาครัฐได้เร่งดำเนินการนำน้ำไปเติมในสระน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ ของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันมิให้ผลกระทบขยายวงกว้างออกไปมากกว่านี้